“พอจบภาคเรียน ก็ใกล้จะถึงตรุษจีนพอดี”
หวางชิงเลิกคิ้วแล้วกล่าวว่า
“ปีนี้กลับบ้าน ฉันต้องขอไพ่ตายเอาชีวิตรอดจากพ่อมาเพิ่ม ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ทะลวงขั้นสามอักขระเด็ดขาด”
“...”
ไป๋เยวียนกับคนอื่น ๆ พูดไม่ออกทันที ช่างเป็นเจ้าจริง ๆ...
“ไม่รู้ว่าสำนักศึกษาจะมีแผนอื่นหรือเปล่า”
โจวหานเกาหัวแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้บอกหรือว่าหลังจบภาคเรียน อาจจัดกิจกรรมอย่างอื่นด้วย?”
“คงต้องดูว่าอาจารย์ใหญ่จะจัดการยังไง”
ไป๋เยวียนยักไหล่ “แต่ตามหลักแล้ว ช่วงตรุษจีนเราน่าจะกลับไปพักผ่อนได้ใช่ไหม?”
“น่าจะได้นะ”
หวางชิงพยักหน้า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วกล่าวยิ้ม ๆ ว่า
“ปีนี้เป็นปีแรกของยุคลี้ลับ พวกเราก็นับว่าได้ก้าวข้ามผ่านสองยุคสมัยเลยนะ”
เพราะค่ำคืนลี้ลับปรากฏขึ้น เหตุการณ์เหนือธรรมชาติจึงปะทุทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ประเทศต่าง ๆ พากันประกาศมาตรการรับมือเรื่องลี้ลับและปฏิรูประบบการปกครอง เป็นการเปิดฉากยุคลี้ลับอย่างเป็นทางการ!
ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ยังได้รับการขนานนามเป็นเอกฉันท์จากทั่วโลกว่า ‘ปีแรกแห่งยุคลี้ลับ’!
“ถ้าสถานการณ์มั่นคงขึ้นในอนาคต พวกเราก็จะกลายเป็นผู้บุกเบิกยุคสมัยสินะ?”
ไป๋เยวียนเลิกคิ้ว เอ่ยพลางยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้ว”
หวางชิงเผยแววคาดหวัง
“ไม่แน่ว่าอีกหลายร้อยปี ชื่อของพวกเราก็อาจยังอยู่ในความทรงจำของผู้คน...”
ทั้งสี่พูดคุยหยอกล้อกัน เดินจากสุสานแห่งนี้ไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น...
