“แข็งแกร่งเหลือเกิน...”
หัวใจของทุกคนพลันสะดุดวูบ เพียงรู้สึกถึงแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวที่ถาโถมเข้ามา ทำให้จิตต่อสู้ซึ่งรวบรวมไว้สลายไปในพริบตา
ไป๋เยวียนที่อยู่ตรงหน้า ดูราวกับไม่ใช่คนภูตวิญญาณสามอักขระอีกต่อไปแล้ว!
“ยังไม่ยอมออกมาอีกหรือ?”
ไป๋เยวียนเหลือบมองขึ้นไปชั้นบน พึมพำกับตัวเองว่า
“ในเมื่อไม่ยอมออกมา งั้นฉันก็จะบีบให้แกออกมาเอง!”
ก่อนหน้านี้เขาตะโกนเรียกจากด้านนอกอาคารไปแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย ตอนนี้ด้านล่างก็วุ่นวายกันขนาดนี้แล้ว ทว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจกลับยังไม่ปรากฏตัว...
ชั่วพริบตา
ไป๋เยวียนหายวับไปจากจุดเดิม
ภาพนี้ทำให้ใจทุกคนหนักอึ้ง ต่างพากันมองรอบด้านอย่างหวาดระแวง
ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนก็ดังก้องขึ้น
เห็นคนผู้หนึ่งถูกซัดกระเด็นไปในพริบตา บาดเจ็บสาหัส
แม้ในใจเขาจะมีจิตสังหาร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ลงมือสังหารหมู่ อย่างไรเสียสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน เขาเองก็ไม่อยากแตกหักกับสมาคมลี้ลับจนถึงที่สุด
เมื่อคนผู้นั้นถูกซัดกระเด็น คนอื่น ๆ ก็ใจสะท้าน สัญชาตญาณบอกให้ถอยห่างออกไป
ในจังหวะนั้นเอง หลี่เหลียงตะโกนขึ้นว่า
“พวกเรามีกันตั้งเยอะ จะกลัวมันทำไม?! แค่คนละวิชาคำสาป มันก็รับมือไม่ไหวแล้ว!”
สิ้นคำ ทุกคนก็รวบรวมจิตต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
ไป๋เยวียนจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันเชียว จะสู้พวกเราทุกคนได้หรือ?!
ชั่วขณะนั้น
ทุกคนถือวัตถุผีร่วมกำเนิดไว้ในมือ พุ่งเข้าโอบล้อมโจมตีไป๋เยวียน...
“คิดว่าจะได้ผลหรือ?”
ไป๋เยวียนกวาดตามองทุกคน ก่อนเลือกบุกเข้าใส่อีกครั้ง!
ชั่วขณะนั้น
