“อวี๋เฟิงก็แข็งแกร่งไม่เบา...”
สีหน้าของไป๋เยวียนไหววูบ สายตาเหลือบไปยังการประลองของอวี๋เฟิง ก่อนพึมพำว่า
“เกรงว่าคงจบการต่อสู้ได้ภายในห้านาที...”
นอกจากอวี๋เฟิงแล้ว ผู้เข้าแข่งขันอีกเก้าคนมีฝีมือไม่เข้าตานัก พอ ๆ กับทั้งสี่คนที่ขึ้นเครื่องบินผีมากับเขา จึงไม่มีอะไรให้ดูเท่าไร
แม้ไป๋เยวียนจะระมัดระวังตัว แต่ก็ไม่ได้สนใจผู้เข้าแข่งขันที่อ่อนแอเกินไปนัก
สายตาของเขาขยับไปอีกทาง
เห็นเฉินเทียนชิงที่อยู่ข้าง ๆ ทำท่าเบื่อหน่าย ไม่ค่อยสนใจการประลองในสนามเช่นกัน
ทว่าผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่กลับจดจ่ออยู่กับการประลองตรงหน้า สายตาจับจ้องไม่วาง เพราะทุกคนในสนามอาจเป็นคู่ต่อสู้ของตน การได้รู้ข้อมูลเพิ่มอีกสักหน่อยย่อมเป็นเรื่องดี
ส่วนผู้ชมรอบด้านตื่นเต้นยิ่งกว่า ต่างจับตาอัจฉริยะจากประเทศของตน พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
ไม่นานนัก
อวี๋เฟิงก็จัดการคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ ออกจากทะเลทรายและผ่านเข้าสู่รอบถัดไปอย่างราบรื่น
“สมกับเป็นอัจฉริยะที่ตระกูลอวี๋หาได้ยากในรอบร้อยปี...”
หญิงชราหน้าตาพร่ามัวในฝูงชนมองภาพนั้น แววตาเผยรอยยิ้มพึงพอใจอยู่เล็กน้อย
แม้เธอจะรู้ว่าคนรุ่นหลังของตนคงคว้าแชมป์ไม่ได้ แต่ก็มีหวังติดสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน!
ถึงรางวัลจะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยเพิ่มบารมีให้ตระกูลอวี๋ได้อย่างมาก ทำให้สามารถชักชวนคนภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาได้...
ซึ่งย่อมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตระกูลอย่างยิ่ง
