“???”
ไป๋เยวียนชะงักไปเล็กน้อย เขานิ่งอึ้งอยู่กับที่
ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้เร็วขนาดนี้
ยังนึกว่านักพรตวิญญาณดำจะข่มขู่ทิ้งท้ายเสียอีก...
ความจริงแล้ว ตั้งแต่เห็นว่าไป๋เยวียนมีผู้คุ้มกันระดับห้าอักขระ นักพรตวิญญาณดำก็ไม่กล้าพูดข่มขู่อะไรอีก
ในสายตาเขา ไป๋เยวียนต้องมาจากขุมกำลังลี้ลับระดับสุดยอดแน่ ๆ ไม่ใช่คนที่เขาจะไปล่วงเกินได้...
ยามนี้ เมื่อเห็นไป๋เยวียนลังเล นักพรตวิญญาณดำก็เกิดความหวังขึ้นมาราง ๆ จึงเอ่ยอีกครั้งว่า
“ฉันยกของทุกอย่างที่มีให้คุณได้ ทั้งเงินรางวัลห้าหมื่นนั่น ฉันจะรีบรวบรวมมาให้ทันที...”
“ถ้าไม่ได้จริง ๆ ฉันเป็นลูกน้องคุณให้ก็ได้...”
“...”
ไป๋เยวียนมองนักพรตวิญญาณดำที่กระหายจะมีชีวิตรอด ในแววตาปรากฏความรู้สึกประหลาด
แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจ อีกฝ่ายคงคิดว่าเบื้องหลังเขามีขุมกำลังยิ่งใหญ่หนุนหลังอยู่
ไม่อย่างนั้น คนภูตวิญญาณระดับสี่อักขระคงไม่ยอมจำนนง่าย ๆ...
“อยากเป็นลูกน้องฉัน อย่างน้อยก็ต้องระดับห้าอักขระ แกยังไม่มีคุณสมบัติพอ...”
ไป๋เยวียนส่ายหน้า ก่อนส่งสายตาให้หมายเลขเก้า
ชั่วพริบตาเดียว
หมายเลขเก้าซัดหมัดออกไปตรง ๆ ร่างของนักพรตวิญญาณดำแหลกไปเกือบครึ่ง ชีวิตของเขาก็ดับวูบลงอย่างรวดเร็ว...
ไป๋เยวียนไม่ได้คิดจะรับอีกฝ่ายไว้เป็นพวกอยู่แล้ว เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมคนภูตวิญญาณระดับสี่อักขระล้วนมีราคาสูงลิบ เขาซื้อไม่ไหว
