ครั้งนี้หลินตงและพวกกลับมาจากข้างนอก ยังนำข่าวดีเรื่องหนึ่งกลับมาด้วย
ระหว่างทางกลับ พวกเขาสามคนผ่านอำเภอฟาง พบว่าด้านนอกเมืองอำเภอฟางเริ่มตั้งที่พักพิงให้กับคนพลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยโดยรอบแล้ว
อำเภอฟางเพิ่งเปลี่ยนนายอำเภอหลังปีใหม่ คนนั้นก็มิใช่ใครอื่น เป็นคนคุ้นเคยของหลินตงและหลินซี นั่นคือมั่วหยาง
บุรุษผู้คงแก่เรียนที่เจ้าของร่างเดิมเคยชอบนั่นเอง
ก่อนหน้านี้ที่อำเภอชิงเหอเกิดภัยแล้ง พอดีเขาไปเมืองหลวงเข้าร่วมการสอบฤดูใบไม้ร่วงและการสอบฤดูใบไม้ผลิปีนี้
ไม่รู้ว่าสวรรค์ทรงโปรด หรือเป็นเพราะเขาพากเพียรพยายามอย่างแท้จริง กลับสอบได้เป็นจวี่เหริน
หลังจากนั้นเขาคิดหาวิธีกลับมาที่นี่ คืออำเภอฟาง มาเป็นนายอำเภอ
หลินตงย่อมไม่กล้านำเรื่องนี้ไปบอกหลินซี
เสี่ยวเม่ยลืมเรื่องคนผู้นั้นไปได้แสนยาก ต่อให้หน้าโง่เพียงใดเขาก็ไม่มีทางเอ่ยปากถึง จะได้ไม่ก่อความขุ่นเคืองระหว่างเสี่ยวเม่ยกับน้องเขย
ย้อนกล่าวถึงข่าวดีเรื่องนั้น เมื่อหลินตงเล่าให้เยี่ยเหวินฟัง ก็ถามเขาด้วยว่า
ชาวบ้านในหมู่บ้านยินดีจะย้ายออกไป ไปตั้งรกรากแถวอำเภอฟางหรือไม่ อาจจะแบ่งที่ดินให้หมู่บ้านสักผืน สร้างบ้านบุกเบิกที่รกร้าง
เยี่ยเหวินก็เรียกประชุมคนทั้งหมู่บ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ด้วยเรื่องนี้ เพื่อถามความเห็นจากทุกคน
หลิวฟู่กุ้ยฟังแล้วก็ส่ายหน้าพรืด
"พวกข้าสองสามีภรรยาว่าจะไม่ออกไปแล้ว สองปีมานี้กว่าจะสงบสุขลงได้ ไม่อยากให้วันไหนเกิดสงครามขึ้นอีก ต้องพลัดถิ่นฐานเร่ร่อนไปทั่ว ผู้เฒ่าพวกนี้พ้นแล้ว อยู่ที่นี่สงบใจกว่า"
