หลังจากส่งท่านป้าหยุนเสียกลับแล้ว แม่ลูกก็พากันกลับมาที่ลานเรือน
“ท่านแม่ เมื่อครู่คุยอะไรกับท่านย่าหยุนเสียหรือ ถึงได้ยิ้มแย้มเช่นนี้”
เยี่ยเถี่ยจู้ถามด้วยความอยากรู้
“จะมีอะไรเล่า ก็เรื่องซุบซิบในหมู่บ้านน่ะสิ ว่าแต่เจ้าไปเอาหัวไชเท้าที่ห้องใต้ดินออกมาหรือยัง”
แม่ของเยี่ยเถี่ยจู้ไม่อยากบอกลูกชายมากนัก เกรงว่าหากเรื่องไม่เป็นไปตามคาด จะทำให้ชื่อเสียงของสาวน้อยผู้นั้นต้องมัวหมอง
“เอามาแล้ว ท่านดูสิ ข้าปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเรียบร้อย”
“ชิ้นโตปานนี้หรือ จะต้มสุกง่ายไหม”
เยี่ยเถี่ยจู้หัวเราะ “สุกง่ายดาย ข้าสุมเตาไฟในเรือนให้ลุกโชนเชียว เช่นนี้แล้วนอกจากจะตุ๋นเนื้อได้ ทั้งวันยังอบอุ่นอีกด้วย”
“เช่นนั้นก็ตุ๋นในเรือนเถิด เจ้าอยากกินขนมเปี๊ยะหรือไม่ แม่จะไปนวดแป้ง ทำให้กินคู่กับซุปเนื้อแกะดีหรือไม่”
เยี่ยเถี่ยจู้รับอ่างไม้ในมือนางมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “แม่ทำอะไร ลูกก็ชอบทั้งนั้น”
“ปากหวานนัก ไปเถิด กลับเรือนกัน”
ทางฝั่งเรือนเก่าสกุลเยี่ย
เมียเจ้าเกอมองดูสิ่งของที่พี่ใหญ่ยกกลับมา สีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉายิ่งนัก
“เมียซานเอ๋ย เจ้าดูของที่พี่ใหญ่ยกกลับมาสิ มากมายจริง”
ของเหล่านี้ต่อให้สามีของพวกนางทำงานหนึ่งปีก็ยังไม่ได้มากมายถึงเพียงนี้
“ใช่แล้ว ข้ามองดูแต่เนื้อก็ไม่น้อยแล้ว ท่านแม่ก็ไม่บอกว่าจะจัดการอาหารเที่ยงวันอย่างไร ดูเวลาก็ไม่เช้าแล้ว เช่นนั้นพวกเราไปต้มน้ำสักหม้อก่อนดีไหม”