“พ่อใหญ่!!! ช่วยยกเลิกรางวัลนำจับทีเถอะ!!!”
พร้อมเสียงร้องโหยหวนราวกับใจสลาย ยานบินผีเพลิงที่พ่นควันดำโขมงลำหนึ่งก็พุ่งโซเซเข้าไปในยานบัญชาการของเทียนอวี่!
ปัง!!!
โครงกระดูกที่แทบจะพังอยู่แล้วกระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ ในทันที เศษอะไหล่กระเด็นเกลื่อนพื้น!
ซากยานที่ผ่านการย่ำยีมาสารพัดลำนี้ ในที่สุดก็ทำภารกิจสุดท้ายได้สำเร็จอย่างสมเกียรติ
วินาทีถัดมา!
ร่างมอมแมมร่างหนึ่งกระโจนออกมาจากซากปรักหักพัง!
ลงพื้น ย่อเข่า ไถลคุกเข่า!
ลีลาพริ้วไหว ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว!
ฉือเหยี่ยไถลไปหยุดตรงหน้าจู้ยวี่ได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะกอดขาอีกฝ่ายแน่นด้วยสองมือ
ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ราวกับหากช้ากว่านี้อีกครึ่งวินาที เหล่าทหารรับจ้างทั่วดวงดาวคงพุ่งทะลุประตูยานเข้ามา หิ้วตัวเขาไปแลกรางวัลนำจับถึงที่
จู้ยวี่ “…………”
ลูกสาวแท้ ๆ ที่ไม่ได้เจอกันมาสิบกว่าปี ยังไม่ทันได้เรียกเขาว่าพ่อเลย
กลับถูกลูกชายหัวขบถบ้านคนอื่นเรียกพ่อไปเสียก่อน
ฉือเหยี่ยเรียกเขาว่าอะไรนะ?
พ่อ?
รอยยิ้มบนใบหน้าจู้อันเหอชะงักไปเล็กน้อย พูดตามตรง เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉือเหยี่ยเป็นใคร
แววตาของเธอเหมือนกิจการของครอบครัวหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เส้าเลี่ยงเหมยเกล้าผมดำอย่างหลวม ๆ ต่างหูเงินยาวแกว่งไหวเบา ๆ เครื่องแบบสีเทาอมฟ้าหม่นขับให้ใบหน้าคมงามและดวงตาของเธอดูโดดเด่นสง่า ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็น
ใต้แสงไฟในห้องโดยสาร ใบหน้าคมงามของเธอดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน เธอมองลูกสาวเงียบ ๆ ราวกับยิ่งมองนานเท่าไร ก็ยิ่งเก็บคืนช่วงเวลาอันสูญหายจากห้วงดาราอันยาวไกลได้มากขึ้นเท่านั้น
จนสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูผิดปกติเล็กน้อยของจู้อันเหอ แววตาเธอพลันหม่นลง แต่ไม่ได้ซักถาม เพียงจับมือลูกสาวเบา ๆ แล้วพาเดินเข้าไปในห้องโดยสาร
ขณะเดินผ่านฉือเหยี่ย เส้าเลี่ยงเหมยเอียงหน้าเล็กน้อย แสงไฟในห้องโดยสารสาดผ่านใบหน้าด้านข้างอันงดงามไร้ที่ติ ต่างหูเงินยาวไหวเบา ๆ
สีหน้าเธอยังคงสงบนิ่ง จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
