ตอนที่ 2 เก็บกักหินมารแห่งหนานซาน ได้รับวิถีจินเชอไร้สิ่งใดไม่ตัด
.....
“อย่าห้ามข้า ให้ข้าเจาะมันตาย!!!”
ลู่ติ่งปัดมือหลัวอันผิงออก เปิดสว่านเจาะกระแทกแล้วจ่อใส่ดวงตาคู่ที่ลืมขึ้นนั้น
เลือดกระเซ็นออกมา คราวนี้สาดเลอะตัวลู่ติ่งเต็มไปหมด
ลูกบอลหินก็ส่งเสียงร้องโหยหวนประหลาดในตอนนั้นเอง
ลู่ติ่งยิ้มแล้ว นี่มันอสูร ของอย่างนี้ต้องเป็นอสูรไม่มีผิด!!!
ลูกบอลหินก้อนใหญ่บ้านไหนมีเลือดออกแล้วยังส่งเสียงร้องได้?
แล้วตอนนี้มันยังขยับไม่ได้อีก จะไม่รีบฆ่ามันทิ้งตอนนี้ จะรอไปถึงเมื่อไหร่?
สิบกว่าปีแล้ว สิบกว่าปี ในที่สุดลู่ติ่งก็ได้เห็นความหวังที่จะปลดล็อกนิ้วทอง
เขาจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร
เพื่อช่วงเวลานี้ เขาเตรียมตัวมาสิบกว่าปี!!!
ตอนที่ลูกบอลหินลืมตาขึ้น ทุกคนต่างตกใจกลัว ยกเว้นแต่ลู่ติ่ง
ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาก็เตรียมใจไว้พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับอสูรทุกรูปแบบ ถึงขั้นที่เพื่อเพิ่มความเคยชินให้ตัวเอง ลู่ติ่งถึงกับฝืนปลูกฝังงานอดิเรกดูหนังสยองขวัญขึ้นมา
ฉากไหนที่เขายังไม่เคยเห็น
ชัดแจ๋วไม่มีเบลอทั้งนั้น!!!
รอคอยวันนี้มานาน
หลัวอันผิงถึงกับตาค้าง สมแล้ว คนมีความสามารถย่อมไม่เหมือนใคร
วินาทีนั้น เขาที่ยืนอยู่ข้างหลังลู่ติ่งก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมานิดหน่อย
แม่งเอ๊ย เขาก็ไม่หนีแล้วเหมือนกัน!!!
หลายสิบปีกว่าจะได้เห็นของแปลกสักครั้ง ถ้าแย่สุดก็แค่หลบอยู่ข้างหลังลู่ติ่งดี ๆ
เสียงร้องของลูกบอลหินยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
รอยยิ้มบนใบหน้าลู่ติ่งไม่เคยจางหาย ตามด้วยเสียง ฉึกฉัก ลูกบอลหินแตกออกเป็นสองซีก ในหัวของลู่ติ่งมีหน้ากระดาษพลิกเปิดออก
【สมุดทะเบียนเรือนจำเก็บกักอสูร】
【เก็บกักอสูร หินมารแห่งหนานซาน (ยังไม่กำเนิด) ได้รับรางวัล วิถีจินเชอ】
【วิถีจินเชอ: ไร้สิ่งใดไม่ตัด】
กระแสไออุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างลู่ติ่ง เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังบางอย่างก่อตัวขึ้นภายใน เกิดความรู้สึกที่มิอาจอธิบายเป็นคำพูดได้ลอยเด่นขึ้นในจิตใจ
ในที่สุด ในที่สุดก็ปลดล็อกวิธีใช้นิ้วทองที่ถูกต้องเสียที
ลู่ติ่งทอดถอนใจถึงความยากลำบากตลอดสิบกว่าปีมานี้
ถ้าไม่เป็นเพราะนิ้วทองมีอยู่จริง เขาก็อยากลองเสี่ยงลบตัวละครแล้วเริ่มใหม่ดูเหมือนกัน
ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ต้นเกมคือนรกชัด ๆ หลังจากสิบสี่ปีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองแถมยังต้องเรียนอีก ไม่มีที่อยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะมีเงินช่วยเหลือ เขาก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง
ดีที่ในที่สุดก็รอจนฟ้าสางเสียที
ทิ้งสว่านกระแทกในมือแล้วนั่งลงกับพื้น
หลัวอันผิงตัวสั่นเทิ้มยื่นบุหรี่มาให้หนึ่งมวน ไฟแช็กในมือกดอยู่ปับ ๆ หลายครั้งกว่าจะจุดให้ลู่ติ่งได้
“เอาจริง ๆ นะ น้องลู่ พี่เองก็อยู่มาสามสิบกว่าปี คนใจกล้าเห็นมาก็ไม่น้อย แต่กล้าได้ขนาดแกนี่ พี่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก”
หลัวอันผิงเอ่ยด้วยความทึ่ง
ควันบุหรี่พ่นออกมาหนึ่งปาก ปลดปล่อยอารมณ์อัดอั้นในใจ
ลู่ติ่งฉีกยิ้มออกมา “พี่หลัว เพิ่มเงินให้หน่อยได้ไหม”
“เพิ่ม เดี๋ยวเพิ่มให้เลย เงินรางวัลกับเงินเดือน เดือนนี้พี่คิดให้แกสองหมื่น เดี๋ยวพี่โอนให้ทางวิแชท”
เปิดโทรศัพท์ โอนมาสองหมื่นเลยทันที
ปลดล็อกนิ้วทองแล้ว ยังมีเงินอีกสองหมื่นอยู่ในกระเป๋า ลู่ติ่งไม่เคยรู้สึกหนักแน่นแบบนี้มาก่อนเลย
เพิ่งจะตอนนี้เองที่เขานึกย้อนถึงข้อความแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ได้
หินมารแห่งหนานซาน
ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เคยมีอยู่ในตำนานจริง ๆ ด้วย แต่ว่าไม่ใช่ตำนานของโลกนี้ หากแต่เป็นของชาติก่อน
ในจื่อปู้หวี่มีบันทึกว่า เฉินซิ่วไฉชาวไห่ชางคนหนึ่ง สวดภาวนาขอความฝัน ณ วิหารซู่หมิ่น ฝันว่าซู่หมิ่นเปิดประตูหน้าเชื้อเชิญเขา ซิ่วไฉจึงชะงักลังเล.......
ยืดยาวเป็นพันอักษร ลู่ติ่งก็จำได้ไม่ละเอียด
อย่างไรเสียโดยคร่าวก็คือบอกว่า ก่อนหน้านี้มีซิ่วไฉคนหนึ่ง ก่อนจะออกเดินทางไปขอความฝัน ทำนายดวงชะตาไปข้างหน้าว่าจะดีร้ายอย่างไร ได้พบกับเซียนและเจ้าพ่อเมืองเฝิงติง พวกท่านสนทนากัน ซิ่วไฉก็ได้ยินพวกท่านเอ่ยอะไรบางอย่างเลือนราง
“ตายที่กว่างซี สอบได้ที่ทางซี หนานซานหินมาร มีชีวิตหมื่นปี”
ต่อมาซิ่วไฉไปที่กว่างซีจริง ๆ และได้พบกับตาที่เป็นหินมารแปลงกายนี้แล้ว ทั้งคู่ยังได้สนทนากันอีก ซิ่วไฉคิดเอาเองฝ่ายเดียวว่าเขาเป็นเพื่อนกับตาแล้ว
ภายหลังตาที่เป็นหินมารแปลงกายก็ให้เขาช่วยเหลือ บอกว่าตนบำเพ็ญเพียรมานับหมื่นปี แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่บรรลุผล เหตุเพราะขาดรูปสลักเทพธิดาจิ่วเทียนเสวียนหนวี่ที่แกะจากไม้จันทน์หอมสามพันชั่ง
เจ้าต้องช่วยข้า พวกเราเป็นเพื่อนกัน ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย
ซิ่วไฉถามตาว่าบำเพ็ญวิถีอะไร ตาตอบว่า วิถีจินเชอ แทบทำให้ซิ่วไฉอกสั่นขวัญแขวน จินเชอรวมกัน ก็คือตัวอักษร จั่น (ตัด) ไม่ใช่รึไง
ภายหลังซิ่วไฉล่อตาให้ไปที่ศาลเจ้า ให้เซียนและเจ้าพ่อเมืองช่วยจัดการตา สุดท้ายตากลับหนีไปได้ นี่ก็คือหินมารแห่งหนานซาน
ลู่ติ่งไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะมาเจอหินมารแห่งหนานซานในโลกนี้ด้วย
แล้วยังจะเป็นหินมารที่ยังไม่กำเนิดอีก ทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้สบาย
ไม่เช่นนั้น รอให้ของสิ่งนี้ถือกำเนิด เกรงว่าลู่ติ่งเป็นร้อยคนก็ยังไม่พอให้มันฟันทิ้ง
แต่บนโลกนี้จะมีหรือคำว่าไม่เช่นนั้นและเป็นไปได้มากมายขนาดนั้น ในยกนี้ ลู่ติ่งชนะแล้ว!
ตอนนี้เขาเพียงแค่คิดเพียงชั่วครู่ ก็สามารถปล่อยคมตัดอันแหลมคมออกมาได้แล้ว ส่วนพลังจะร้ายกาจสักแค่ไหน ลู่ติ่งก็ยังไม่รู้
ต้องหาโอกาสลองดูสักหน่อย
สูบบุหรี่หมดมวนหนึ่ง ลู่ติ่งมองดูหินมารแห่งหนานซานที่หักเป็นเสี่ยง ๆ ในใจคิดว่าถึงแม้จะไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีประโยชน์อะไร แต่จะให้เสียของไปเด็ดขาดไม่ได้ แล้วยังมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นของล้ำค่า
เขาเข็นรถเข็นเล็กอันหนึ่งมา แล้วใส่ชิ้นส่วนหินมารลงไป หลัวอันผิงเห็นท่าทางเขาเช่นนั้น ในใจก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา
อย่างน้อยก็เป็นผู้จัดการโครงการคนหนึ่ง ถ้าไม่มีหัวคิดและสายตาที่เฉียบแหลมเอาเสียบ้างเลย เขาจะมานั่งตำแหน่งนี้ได้ยังไง
“น้องลู่ นายจะพักสักสองวันไหม”
หลัวอันผิงเอ่ยถาม ลู่ติ่งในใจก็มีคิดเช่นนี้อยู่พอดี
“ก็ดีครับ ผมจะพักสักสองวัน รอให้สถานการณ์ในไซต์งานสงบลงเมื่อไหร่ พี่หลัวค่อยเรียกผมกลับมาละกัน”
กลับมา?
ลู่ติ่งไม่ทางกลับมาหรอก ก่อนหน้านี้ที่ทำงานก็เพื่อชีวิต ตอนนี้ปลดล็อกนิ้วทองได้แล้ว ต่อจากนี้เป้าหมายของเขาก็คือไปตามหาอสูรโดยเฉพาะ!
ชีวิตนี้ของเขา จะต้องไม่ธรรมดา!!
พวกเงิน ๆ ทอง ๆ น่ะ เดี๋ยวก็มีเอง
อย่างมากสุดก็แค่ข้าไม่กินเนื้อวัว!!
เข็นรถเข็นเล็กกลับไปถึงหอพัก โยนเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางทิ้งทั้งหมด เอาชิ้นส่วนหินมารใส่ลงในกระเป๋าเดินทางแทน มุ่งตรงไปยังห้องเช่าหลุมหลบภัยราคาสามร้อยบาทต่อเดือนของตัวเอง
ทางด้านนี้ลู่ติ่งเพิ่งไป
หลัวอันผิงยังไม่ทันได้หายใจหายคอ ก็มีคนตามมาหาถึงที่ ขังเขาไว้ในออฟฟิศ
ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง สวมชุดรัดกุม
ของในมือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้นสว่างวาบขึ้น “ของอยู่ไหน คนอยู่ไหน!”
หลัวอันผิงก็ไม่ใช่คนที่จะปากพล่อยขายคนง่าย ๆ เล่นตีมึนตีหน้าซื่อไป
“อะไรของไหน ใครกัน”
ปัง!!
ปืนพกสีดำถูกตบลงบนโต๊ะ “จะพูดได้หรือยัง”
หลัวอันผิงทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่กับพื้น “ท่านพี่ท่านพี่สาว ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ เป็นฝีมือของลู่ติ่งทั้งนั้น.......”
เล่าที่มาที่ไปเสียยืดยาว แถมต่อด้วยภาพวงจรปิดความคมชัดระดับ 24k
ทั้งสองคนดูตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อจบลง สบตากัน ต่างเห็นถึงความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
หันหลังเดินออกไปทันที เหลือทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว “เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ แกควรเก็บมันไว้ในใจให้เน่า อย่าพูดออกไป ชาในสถานีตำรวจไม่อร่อยอย่างที่คิดหรอก”
“ทราบครับ ทราบครับ เข้าใจแล้ว พวกท่านวางใจเถอะ”
หลัวอันผิงคลี่ยิ้มสดใสราวกับดอกเบญจมาศบาน
มองส่งคนทั้งสองจากไป
ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง “น้องลู่ พี่ขอโทษจริง ๆ ไม่ใช่พี่ไม่ช่วยน้อง แต่ไม่กล้าจริง ๆ น่ะ”
อย่าว่าแต่ปกปิดเลย แม้แต่จะส่งข่าวเตือน หลัวอันผิงก็ยังไม่กล้า
บัตรประจำตัวที่พวกนั้นยื่นให้เขาเห็นน่ะ เป็นของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติชัด ๆ