ยายซุนนอนแผ่อยู่บนพื้น ตบพื้นพลางเตะขา ทำท่าราวกับจะเป็นจะตาย
“โอ๊ย! เอวฉันหักแล้ว ไอ้เสี่ยงหยางบ้าเอ๊ย เอวฉันพังหมดแล้ว ชดใช้เงินมา!”
“ถ้าไม่จ่ายเงิน วันนี้ฉันจะตายอยู่ตรงนี้แหละ ให้คนทั้งหมู่บ้านมาดูว่าแกกลั่นแกล้งยายแก่อย่างฉันยังไง”
หยางสุ่ยเซิงมองนางอาละวาดด้วยสายตาเย็นชา
เขารู้ดีว่าตัวเองออกแรงไปมากแค่ไหน
ถึงยายแก่คนนี้จะอายุมากแล้ว แต่ร่างกายยังแข็งแรงดี ปกติเวลาด่าหรือลงมือตบตีหลิ่วอวี้หลานก็ยังมีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม เมื่อครู่เขาแค่ผลักนางเบา ๆ อย่างมากก็แค่ล้มก้นกระแทกพื้น ไม่มีทางเอวหักได้
นางแกล้งทำ ก็แค่อยากรีดไถเงิน
เขาจึงไม่สนใจยายซุนที่กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น หันหลังเดินไปข้างเตียง มองหลิ่วอวี้หลานที่เจ็บจนน้ำตาคลอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่อวี้หลานเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บเท้ามากไหม?”
“สุ่ยเซิง... ฉันไม่เป็นไร รีบไปดูแม่ฉันเถอะ...”
เมื่อหลิ่วอวี้หลานเห็นหยางสุ่ยเซิงเข้ามา นางก็รู้สึกยินดีขึ้นมาในใจก่อน ราวกับมีที่พึ่งพิง แต่พอได้ยินเสียงโอดครวญเกินจริงของแม่สามีและคำพูดที่หวังรีดไถเงิน ก็พลันร้อนใจขึ้นมา
“ดูเหมือนแม่จะล้มจริง ๆ อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเลย”
นางเป็นคนจิตใจดี ทั้งยังกลัวต้องรับผิดชอบ ต่อให้แม่สามีปฏิบัติต่อนางแย่แค่ไหน นางก็ทำใจนิ่งดูดายไม่ได้อยู่ดี อย่างไรเสียตอนนี้นางก็ยังเป็นสะใภ้ตระกูลซุน
“โอ๊ย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว ขยับไม่ได้เลย!”
ยายซุนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแหกปากร้องหนักกว่าเดิม กุมเอวพลางกลิ้งไปมาร้องโวยวาย “หลิ่วอวี้หลาน แกมันคนไร้หัวใจ ยืนดูคนนอกทำร้ายแม่สามีของแกได้ยังไง ถ้าฉันเป็นอะไรไป แม้ตายเป็นผีก็ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!”
“พอได้แล้ว อย่าแกล้งทำเลย”
หยางสุ่ยเซิงขมวดคิ้ว ตะโกนใส่คนบนพื้นว่า “ร่างกายอย่างแก ล้มแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก”
“ต่อให้ร้องจนคอแตก วันนี้ฉันก็ไม่ช่วยพยุงแกสักนิด และไม่ให้เงินแกแม้แต่หยวนเดียว”
“ดี! ไม่ช่วยพยุงใช่ไหม? ไม่จ่ายเงินใช่ไหม?”
ยายซุนชะงักไปกับคำพูดของเขา ก่อนจะโกรธจนหน้าแดงก่ำ ถลึงตาแล้วตัดสินใจเอาให้ถึงที่สุด
