“ไม่มีปัญหา” หยางสุ่ยเซิงพยักหน้า ก่อนถามต่อว่า “กี่โมง?”
“หลัง...หลังตีหนึ่งไปแล้วค่ะ” ไป๋ชิงเหลียนก้มหน้า เสียงเบาลงกว่าเดิม “ตอนนั้น...ทุกคนหลับกันหมดแล้ว ริมบึงน้ำจะเงียบสงบ”
หลังตีหนึ่งไปแล้วหรือ?
หัวใจของหยางสุ่ยเซิงไหววูบเล็กน้อย
เวลานี้คงไม่ได้มีแค่เรื่องช่วยล้างเท้าเท่านั้นแน่
เขาหันข้าง อาศัยแสงจากจอหนังที่สะท้อนมา เพ่งมองไป๋ชิงเหลียนอย่างละเอียด
เธอยังคงก้มหน้าอยู่ ทว่าลำคอเกร็งตึงเล็กน้อย แก้มด้านข้างแดงระเรื่ออย่างผิดธรรมชาติ
หยางสุ่ยเซิงเข้าใจขึ้นมาทันที
เขาไม่ถามอะไรต่อ แสร้งทำเป็นไม่ตั้งใจ ค่อย ๆ เลื่อนมือขวาที่วางอยู่บนเข่าของตัวเองไปวางเบา ๆ บนต้นขาที่ชิดกันของไป๋ชิงเหลียน
สัมผัสแรกคือเนื้อผ้ากางเกงบาง ๆ แต่ยังรู้สึกได้ชัดถึงไออุ่นและความเกร็งตึงของผิวเนื้อด้านใต้
ร่างของไป๋ชิงเหลียนสะท้านเฮือก ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งตัวแข็งทื่อและกลั้นหายใจไปในทันที
แต่เธอไม่ได้หลบหรือปัดมือหยางสุ่ยเซิงออก เพียงก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม จนแทบจะซุกเข้าไปในอก
การยินยอมอย่างเงียบงันนี้ทำให้ความหยั่งเชิงในใจของหยางสุ่ยเซิงเปลี่ยนเป็นความมั่นใจ และจุดไฟปรารถนาขึ้นมา
เขาออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนบฝ่ามือกับต้นขาอุ่นแน่นของเธอ แล้วเริ่มไล้ขึ้นไปช้า ๆ
ผ่านเนื้อผ้ากางเกงบาง ๆ เขาสัมผัสได้ถึงผิวต้นขาเนียนละเอียดและนุ่มหยุ่นของเธอ รวมถึงกล้ามเนื้อที่สั่นไหวเล็กน้อยเพราะความประหม่า
ผู้คนรอบข้างต่างถูกฉากสงครามทุ่นระเบิดอันตื่นเต้นเร้าใจในหนังดึงดูดจนจดจ่อ กลั้นหายใจและเบิกตากว้าง ไม่มีใครสนใจความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ในมุมมืดนี้
เสียงโห่ร้องชื่นชมและเสียงพูดคุยอึกทึกกลบความใกล้ชิดที่ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นระหว่างทั้งสอง รวมถึงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาได้อย่างมิดชิด
มือของหยางสุ่ยเซิงยิ่งกล้า ลูบจากด้านนอกของต้นขา ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าด้านในและเข้าใกล้โคนขามากขึ้น
เนื้อผ้าบริเวณนั้นชื้นเล็กน้อย ร่างของไป๋ชิงเหลียนสั่นสะท้านหนักขึ้น เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย แต่ร่างกายกลับเอนเข้าหาหยางสุ่ยเซิงโดยไม่รู้ตัว แทบจะพิงแนบกับเขาอยู่แล้ว
