ฉินซื่อเอ่ยถึงอีกเรื่องหนึ่ง "ข้าเชิญฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลไป๋มาดื่มชารำลึกความหลัง คุณหนูตระกูลไป๋ก็จะมาด้วย"
เซี่ยกวนหนานเม้มริมฝีปากบาง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
"นางกับเจ้าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก หากมิใช่เพราะบิดาของนางทำงานผิดพลาด ถูกปลดกลับจิ่นโจว เหตุใดจึงให้เจ้าไปแต่งกับเผยรั่วไอ้ตัวยาพิษนั่น? เฮ้อ คิดว่าตระกูลเผยทั้งตระกูลใสสะอาด เส้นทางราชการของเผยจี้โจวก็ไม่เลว จะได้เป็นกำลังให้แก่เจ้าในฐานะพ่อตา"
"มิคาดคิดว่าภายหลังตระกูลเผยก็เกิดเรื่องขึ้น เผยรั่วตัวยาพิษนั่นก็ร่างกายอ่อนแอตายจาก เหลือไว้แต่เฮิงเก๋อ เฮ้อ จึงต้องให้เสี่ยวเผยซื่อเข้าเรือนมา"
เอ่ยถึงเรื่องน่าเสียดายในอดีต ฉินซื่อก็ถอนหายใจไม่หยุด
เซี่ยกวนหนานหลุบตาจิบชา สีหน้าเคร่งเครียดมิรู้คิดอะไรอยู่
"ตระกูลไป๋ช่ำชองในการแสวงหาผลประโยชน์ เมื่อปีก่อนทุ่มเงินก้อนใหญ่ส่งคุณหนูคนหนึ่งเข้าวังไป ปีนี้ก็ได้รับความโปรดปราน ตระกูลไป๋กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง"
เซี่ยกวนหนานมิอยากฟังมารดาพร่ำบ่น จึงขัดขึ้นว่า "ท่านแม่อย่าได้กล่าวอีกเลย"
ฉินซื่อหุบปากลง เพียงแต่แอบใช้สายตามองสีหน้าบุตรชายของตน
"อวี้ถงบอกว่าสองปีมิได้พบเจ้า คิดถึงยิ่งนัก..."
เซี่ยกวนหนานเงียบไปครู่ใหญ่ ใบหน้าเรียบเย็นดุจหยกสลักละลายลงดั่งสายลมวสันต์พัดผ่านหิมะ
เขาถามเสียงนุ่มว่า "ตระกูลไป๋มาถึงเมื่อใด?"
ฉินซื่อคลี่ยิ้มผ่อนคลาย "ดูเวลาคาดว่าคงถึงราวนี้"
"หากคนมาแล้ว เจ้าก็ให้ดูแลเยี่ยงน้องสาวร่วมสาบาน ผู้อื่นมิกล้าเอ่ยอันใดแน่ หากว่าเสี่ยวเผยซื่อล่วงรู้ความในแล้วมาเอะอะกับเจ้า ข้ามีถ้อยคำอุดปากนางไว้ได้ เจ้าวางใจเถิด"
เซี่ยกวนหนานรับคำแล้วก็ไปเตรียมการต้อนรับแขกตระกูลไป๋ที่เรือนหน้า
……
ถึงชิงซินหยวน เหมยซินได้รับข่าวคราวแล้วแต่เนิ่น ได้ต้มน้ำร้อนถังใหญ่เตรียมไว้แต่เนิ่น ทั้งยังเตรียมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม รวมถึงยารักษาแผลครบถ้วน
กว่าจะได้เห็นเผยจื่อกลับมา เหล่าสาวใช้รีบยกฉากกั้นขึ้นถอดเสื้อผ้าให้
เผยจื่อหนาวจนริมฝีปากม่วง ฝ่ามือกำแน่น นางมีร่างกายเย็นแต่กำเนิด บัดนี้ไอเย็นแทรกซึมเข้าร่าง กระดูกทุกท่อนล้วนปวดร้าว
เหมยซินรีบเรียกสาวใช้น้อยมา มอบขิงฝานทั้งพวงมาช่วยถูฝ่ามือให้เผยจื่ออย่างเต็มแรง
วุ่นวายกันใหญ่โตอยู่นานครึ่งค่อนวัน เผยจื่อจึงค่อยฟื้นขึ้นมา
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวเสร็จ นางยังมิทันได้นอนลงบนเตียงก็ได้ยินคนข้างนอกมาส่งข่าว
เหมยซินหน้าเครียดเดินเข้ามา "ท่านรองให้คนมาส่งข่าว เรียกให้คุณนายน้อยออกไปต้อนรับแขก"
หลานซินกำลังช่วยเผยจื่อเช็ดผม พอได้ยินคำนี้ก็โกรธจนมือสั่น "จะเอาชีวิตคนหรือไม่? ท่านรองลืมแล้วหรือว่าคุณหนูเพิ่งเจออะไรมาบ้าง?"
คนใช้ที่มาส่งข่าว "คุณหนูตระกูลไป๋บอกว่าอยากพบท่านผู้หญิง ท่านรองห้ามไว้แล้ว บอกว่า……บอกว่าคุณหนูตระกูลไป๋ฐานะสูงศักดิ์ ยังไงก็ขอให้คุณนายน้อยไปออกหน้าเข้าสังคมสักพัก พบหน้า กล่าวคำพูดตามมารยาทก็กลับมาได้"
กล่าวพลาง คนใช้ทำท่าเป็นเรื่องสมควรจะทำ หันกายจะออกไปตอบกลับ
"ช้าก่อน" เผยจื่อเชยหน้าซีดขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ "ไปบอกท่านรอง ข้าร่างกายไม่สบาย ไม่อาจออกไปพบแขกได้"
คนใช้ที่มาส่งข่าวนิ่งอึ้งไป แลเห็นสีหน้านางแน่วแน่ ได้แต่เดินออกไปอย่างประหลาดใจ
เหมยซินกับหลานซินสองสาวใช้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พวกนางครุ่นคิดเหมือนคนใช้ที่มาส่งข่าว คิดว่าเผยจื่อผู้อ่อนโยนคล้อยตามตลอดมาจะฝืนความไม่สบายออกไปต้อนรับแขก อย่างไรเสียนี่คือคำสั่งของเซี่ยกวนหนานด้วยตนเอง ต่อให้ยากเย็นหยุมหยิมเพียงไหนนางก็ทำด้วยตนเองทั้งสิ้น
บัดนี้เป็นอะไรไป?
หลานซินถอนหายใจใหญ่ด้วยความโล่งอก เช็ดผมให้นางต่อ
เหมยซินละเอียดลออขึ้นมาหน่อย กระซิบถามว่า "คุณนายน้อยยังโกรธท่านรองอยู่อีกหรือ?"
เผยจื่อส่ายหน้า "เพียงแต่รู้สึกเหนื่อยล้า"
เหมยซินอ่านใจเผยจื่อมิออก เพียงแต่รู้สึกว่านางวันนี้ตั้งแต่ตกน้ำมาก็เหมือนจะเปลี่ยนไปมิเหมือนเดิม
ทว่าความแตกต่างเล็กน้อยนี้ เหมยซินยินดีจะเห็น
คุณนายน้อยตั้งแต่แต่งเข้าจวนเซี่ยมาก็ใส่ใจท่านรองเกินไป และการใส่ใจก็ทำให้คนๆ หนึ่งดูต่ำต้อยจนเกินไป
นางมิชอบให้คุณนายน้อยของตนเป็นเช่นนี้
เผยจื่อแต่งตัวเสร็จ สวมเสื้อคลุมตัวใหญ่มีขนแกะซับในหนุนอยู่บนเตียงนุ่ม ฟังเสียงผู้คนอีกฟากหนึ่งของลานบ้านครื้นเครง ทักทายหัวร่อต่อกระซิก ชิงซินหยวนทางนี้เพราะถูกเกณฑ์คนใช้ไปคอยรับใช้ กลายเป็นเงียบเหงา
ชั่วขณะหนึ่งนางกลับรู้สึกว่าเช่นนี้ดีเหลือเกิน
ปกติทั้งจวนปฏิบัติต่อนางเยี่ยงคนนอก สายตาที่มองนางล้วนเต็มไปด้วยการพิจารณา ในใจพวกเขาเหมือนว่านางมาเป็นภรรยาคนที่สองของเซี่ยกวนหนาน ก็คือได้กำไรจากสวรรค์ บังเกิดบุญใหญ่หลวง
จะเป็นใครก็ล้วนมีสิทธ์ว่ากล่าวสั่งสอนนาง บอกว่าควรกตัญญู ควรทำเยี่ยงใด ทั้งที่ตนยังมิทันทำอะไร ก็เป็นหนี้บุญคุณมหาศาลแก่จวนเซี่ยเสียแล้ว
สิ่งที่เรียกว่า 'บุญคุณ' นี้หนักหนาเกินไป ทุกครั้งที่กดทับลงมาล้วนทำให้นางจมหายใจมิออก
สามปีมานี้ แบกพอแล้วและเหนื่อยหน่ายพอแล้ว คิดจะจากไปได้แล้ว
หลังจากผ่านไปครึ่งจอกชา ศาลหลักทางเหนือก็ส่งข่าวให้นางไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเป็นเวลาสองชั่วยาม เหมยซินคิดจะไปขอความเห็นใจ ถูกเผยจื่อห้ามไว้
นางแหงนมองฟ้า "ค่ำนี้ก็กลับมาได้"
มาม่าคนส่งข่าวคอยอยู่ครึ่งค่อนวัน กลับเห็นเผยจื่อสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ยอมกล่าววาจาอ่อนหวานกับตนเลย
ปกติหากตนมาส่งข่าว ไม่ว่าจะไพเราะหรือหยาบคายเผยจื่อก็ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ต้องยัดของกำนัลให้อีก
วันนี้เหตุใดเป็นเช่นท่อนไม้ หรือว่าตกสระแล้วสมองหลุดไป?
เผยจื่อเปลี่ยนเสื้อเสร็จ เดินไปตรงหน้ามาม่าคนส่งข่าว เอ่ยอย่างสงบยิ่ง "ไปเถิด"
มาม่าเห็นอย่างนี้ท่าทางนางตั้งใจแล้วว่าจะไม่ให้ผลประโยชน์ แอบถลึงตามองนางเขม็ง
คิดในใจ กลับไปต้องไปฟ้องให้ฮูหยินรองลงโทษอีกสักตั้ง
……
ฟ้าครึ้ม ผ่านเวลาอาหารเย็นไปแล้วเผยจื่อจึงเดินกะโผลกกะเผลกภายใต้การพยุงของเหมยซินกลับถึงชิงซินเอี๋ยน
หลานซินวิ่งเข้ามาหา "ท่านรองรออยู่"
เผยจื่อนิ่งอึ้ง กลับไปที่เรือนหลัก มองเห็นตามคาดเซี่ยกวนหนานนั่งตัวตรงอยู่ริมเตียงหลัวฮั่น ในมือถือหนังสือหนึ่งเล่ม
เทียนสุกสว่าง ส่องใบหน้าด้านข้างงดงามของเขาให้เห็นแนวสันกรามชัดเจน
เขาประจำที่ นุ่งชุดลำลองสีฟ้าใสปล่อยชายลดหลั่นเป็นชั้นๆ มาดสง่างามเปี่ยมคุณวุฒิ ราวกับเซียนลอยลงมาจากภาพวาด
เขาเห็นเผยจื่อเดินเข้ามา วางหนังสือลง ถามว่า "ข้าเรียกเจ้าไปพบคุณหนูตระกูลไป๋ เหตุใดไม่ไป? หรือว่าเพราะเรื่องช่วงบ่ายมาโกรธเคืองกับข้า?"
ภายใต้สีหน้าสะอาดกระจ่างดุจเดือนเพ็ญของเขาซ่อนความหงุดหงิดที่ระงับไว้มานาน
เผยจื่ออ้าปากคิดจะแก้ตัวสองสามประโยค แต่พอถึงริมฝีปากกลับกลายเป็น "ท่านรองเข้าใจผิดแล้ว มิได้โกรธเคือง"
เซี่ยกวนหนานแววตาเย็นชา "มิได้โกรธเคือง เหตุใดถึงไม่ไป?"
เขาคิดอะไรขึ้นมาได้ จ้องมองนาง "หรือว่ามีใครบอกเจ้าเรื่องเก่าของข้ากับคุณหนูตระกูลไป๋?"
เผยจื่อนิ่งอึ้ง "เรื่องเก่าอะไร?"
เซี่ยกวนหนานคาดไม่ถึงว่านางไม่รู้จริงๆ ใจก็เสียใจที่ตนใจร้อน
เขาหัวเราะเย็น "เจ้าไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้?"
เห็นท่าจะเข้าสู่การโต้เถียงไม่มีที่สิ้นสุดอีกครั้ง เผยจื่อรู้สึกแต่ว่าอ่อนล้าลงทุกที
"ไม่รู้จริงๆ"
เซี่ยกวนหนานจะเชื่อนางได้อย่างไร?
"ยังเถียงอีก?" เขาหัวเราะเย็น "ข้ากับคุณหนูตระกูลไป๋เป็นคู่รักวัยเด็ก แต่ก็จำกัดอยู่แค่ความรู้สึกรู้สาในวัยนั้นเท่านั้น ที่ให้เจ้าไปพบนาง เป็นการให้เกียรติเจ้า ไม่คิดว่าเจ้าจะไม่รู้ถึงความอุตส่าห์ของข้า ยังมาก่อเรื่องกับข้าต่อหน้าคนนอก เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูตระกูลไป๋ได้ยินว่าเจ้าไม่ยอมออกไปพบแขก ในใจเศร้าเพียงไหน?"
"นางยังเอาแต่กล่าวโทษตัวเองว่าตนบังอาจบุ่มบ่ามต่อเจ้า"
คุณหนูตระกูลไป๋หานางไม่พบก็เศร้าแล้ว ส่วนนางเองถูกบุตรเลี้ยงชนตกลงสระไม่เศร้าหรือ?
ถูกทำโทษให้คุกเข่าที่ศาลบรรพชนไม่เศร้าหรือ?
ในใจของเซี่ยกวนหนานนั้น เรื่องอื่นล้วนสำคัญ มีเพียงนางที่ไม่สำคัญเลย
เผยจื่อฟังถึงตอนนี้ ตัดบทเสียงเนิบ "ท่านสามีไม่ต้องให้เกียรติข้า ข้าไม่เคยพบคุณหนูตระกูลไป๋ ก็ยิ่งไม่รู้ว่านางกับท่านสามีมีสัมพันธ์เก่า ท่านสามีไม่ต้องระแวงว่าข้าจงใจโกรธเคือง"
"อีกอย่างที่ข้าไม่ออกไปพบแขก เพียงเพราะข้าพึ่งตกน้ำไม่สะดวกพบแขก ฮูหยินแม่สามียังสั่งทำโทษข้าไปคุกเข่าศาลบรรพชน เรื่องเล็กน้อยเท่านี้คุณหนูตระกูลไป๋ไม่รู้ แต่ท่านสามีน่าจะทราบดี"
"เจ้า!"
เซี่ยกวนหนานถูกตัดบท ใบหน้าเดือดดาล ผู้หนังสือข้างมือพลันลอยหวือเข้าใส่ใบหน้าของเผยจื่อ