เจียงเซี่ยเปิดประตูออกมา เว่ยหลานหลานก็รีบพูดว่า “ปัญญาชนเจียง หัวหน้ากองผลิตมาแล้ว บอกให้เรียกปัญญาชนทุกคนมารวมตัวกัน เขามีเรื่องจะประกาศ”
“ขอบคุณค่ะ” เจียงเซี่ยเอ่ยขอบคุณ ก่อนเดินออกจากห้องเก็บฟืนและปิดประตูตามหลัง จากนั้นก็เดินตามเว่ยหลานหลานไปยังลานหน้าบ้าน
ปัญญาชนคนอื่น ๆ มารวมตัวกันครบแล้ว แม้แต่เหอเหม่ย์ลี่ทั้งสามคนก็อยู่ที่นั่นด้วย
เพียงแต่ทั้งสามเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สภาพดูไม่กระเซอะกระเซิงเท่าเมื่อก่อน ทว่าสีหน้าก็ยังไม่สู้ดีนัก
“ลุงหัวหน้าทีม” เจียงเซี่ยเห็นหัวหน้ากองผลิตจึงเอ่ยทักทาย
“ปัญญาชนเจียง” หัวหน้ากองผลิตพยักหน้า เมื่อเห็นว่าทุกคนมาครบแล้ว สายตาก็หันไปจับจ้องเหอเหม่ย์ลี่
“จือชิงเหอ จือชิงซุน จือชิงอวี้ พวกเธอสามคนต้องเขียนจดหมายสารภาพผิดคนละฉบับคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าตรู่ให้ไปอ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนที่ลานตากข้าว”
“อะไรนะ” เหอเหม่ย์ลี่ทั้งสามคนตกใจ “พวกเราไปกรมตำรวจมาแล้ว ยังต้องเขียนจดหมายสารภาพผิดอีกเหรอ”
“หัวหน้ากองผลิต ให้พวกเราอ่านต่อหน้าทุกคน ไม่จำเป็นถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ” ซุนฉวนฝางเริ่มกลัวแล้ว เธอรู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ ต่อไปทุกคนคงเห็นพวกเธอเป็นต้องหลบหน้ากันหมด
“ใช่ค่ะ หัวหน้ากองผลิต พวกเรารู้ว่าผิดแล้ว คราวหน้าจะไม่ทำอีกค่ะ” อวี้เสี่ยวผิงเองก็ไม่อยากไปอ่านจดหมายสารภาพผิดที่ตัวเองเขียนต่อหน้าทุกคนกลางลานตากข้าว เธอเป็นปัญญาชนหญิงที่มาจากในเมือง จะปล่อยให้ชื่อเสียงเสียหายไม่ได้
“อีกอย่าง กรมตำรวจก็ตรวจสอบพวกเราแล้ว พวกเราไม่ใช่สปาย” พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองประสบมา เหอเหม่ย์ลี่ก็เดือดดาล “พวกเราแค่พูดผิดไปเท่านั้นเอง”
