“เธอ...เธอคือปัญญาชนคนใหม่ที่มาวันนี้เหรอ?” เฟิ่งเซิ่งลี่ได้สติ รีบเอ่ยถาม
เหอเหม่ย์ลี่ไม่เห็นบอกเลยว่าปัญญาชนคนใหม่สวยขนาดนี้
แถมดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่าฐานะทางบ้านไม่ธรรมดา
ถ้าได้คบกับผู้หญิงแบบนี้เป็นคู่ ชีวิตต่อจากนี้ของเขาก็คงไม่ต้องลำบากเหมือนที่ผ่านมา
ปัญญาชนคนอื่น ๆ ได้สติ แล้วเริ่มทักทายเจียงเซี่ย
จากนั้นพอเห็นเรือนฟืนด้านหลังเธอ ก็ถามอย่างสงสัยว่า “ปัญญาชนเจียง ทำไมเธอถึงอยู่ในเรือนฟืนล่ะ?”
“ช่วงที่กำลังย้ายของออก ฉันก็อยู่เรือนฟืนนี่แหละ” เจียงเซี่ยเห็นทุกคนมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงอธิบายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อะไรนะ?” เฟิ่งเซิ่งลี่อุทาน “พวกปัญญาชนหญิงมีห้องพัก ทำไมเธอถึงต้องนอนเรือนฟืนล่ะ?”
“ที่พักไม่พอ” เจียงเซี่ยอธิบายสั้น ๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
ปัญญาชนคนอื่นเห็นเธอเย็นชาแบบนี้ เดิมทีอยากจะถามต่อ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าต้องทำอาหารเย็น ก็ไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นแล้ว
ไม่นาน ปัญญาชนทั้งหลายก็เริ่มลงมือทำงานกัน
ปัญญาชนหญิงสองคนเข้าไปทำอาหารในครัว ส่วนอีกสองคนไปถอนหญ้าที่ที่ดินส่วนตัว
เมื่อนึกถึงว่าช่วงนี้ต้องพักอยู่ที่ที่พักปัญญาชน กินกับข้าวของพวกเขา ใช้ฟืนของพวกเขา รวมถึงน้ำที่ปัญญาชนชายช่วยกันหาบมาให้
เจียงเซี่ยยึดหลักไม่เอาเปรียบใคร จึงกลับไปที่เรือนฟืน แล้วหยิบซอสเนื้อหนึ่งขวดที่จ้าวหงซื้อให้จากมิติความจุ
แต่ขณะที่กำลังจะออกไป ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากข้างนอกว่า “ปัญญาชนเจียง มีคนมาหาค่ะ”
เจียงเซี่ยวางซอสเนื้อไว้บนขอบหน้าต่างข้าง ๆ แล้วเดินออกไป ก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ ข้างกายมีเด็กชายอายุหลายขวบมาด้วย ซึ่งก็คือจู้จื่อ เด็กที่พาเธอไปเมื่อเช้านี้
“พี่สาวคนสวย” จู้จื่อดวงตาเป็นประกาย
