“คุณไม่กลัวว่าจะโดนพาดพิงไปด้วยหรือ” เจียงเซี่ยมองฉินอวิ๋นไห่ “ยังไงคนส่วนใหญ่พอได้ยินว่ามีคนอยู่ในคอกโค ก็แทบอยากหลบให้ไกลที่สุด กลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย”
“ความดีความชอบทางทหารของผมได้มาด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ ไม่มีใครจะหาเรื่องผมได้ง่าย ๆ หรอก” น้ำเสียงของฉินอวิ๋นไห่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “ถ้าผมถูกคนอื่นวางแผนเล่นงานได้ง่ายขนาดนั้น ผมก็คงไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นคู่ของคุณแล้ว”
เจียงเซี่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม “ก็ได้ งั้นฉันจะเชื่อคุณสักครั้ง”
ไม่ใช่ว่าเจียงเซี่ยระมัดระวังเกินไป แต่เป็นเพราะยุคสมัยนี้วุ่นวายเหลือเกิน เผลอพลาดนิดเดียวก็อาจจบเห่ได้
ถ้าเป็นตัวเธอคนเดียว เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เจอเรื่องไม่ดีก็แค่หลบเข้าไปในมิติความจุ
แต่บ้านคุณตาคนเยอะขนาดนั้น เธอคงจับทุกคนยัดเข้าไปหลบในมิติความจุไม่ได้หรอกมั้ง
เรื่องแบบนั้นไม่สมจริงเลย อีกอย่างเธอก็ทำเรื่องแบบนั้นไม่ลงด้วย
ยิ่งตอนนี้ฉินอวิ๋นไห่รู้เรื่องคอกโคแล้ว เธออยากปิดบังก็ปิดไม่อยู่
ตอนนี้ดูเหมือนฉินอวิ๋นไห่จะไม่ถือสาจริง ๆ แถมยังเต็มใจช่วยอีกด้วย แบบนี้จะนับว่าเธอลากเขาลงน้ำหรือเปล่านะ
ขณะที่เจียงเซี่ยกำลังคิดเช่นนั้น ฉินอวิ๋นไห่ก็พูดขึ้นอีกว่า “ก่อนหน้านี้ตอนรายงาน คุณไม่ได้บอกผมว่าอีกคนเป็นใคร ถ้าผมเดาไม่ผิด อีกคนก็คือคนที่อยู่ในคอกโคใช่ไหม”
“ใช่” เจียงเซี่ยยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ในคอกโคมีคุณตาคุณยายของฉัน ลุงใหญ่กับลุงรองและครอบครัว ลุงใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ ฉันตั้งใจจะยกโควตาให้เขา จุดประสงค์ก็แค่อยากให้พวกเขาใช้ชีวิตในคอกโคได้ดีขึ้นหน่อย”
