เมื่อถึงสตูดิโอดนตรี หวางซวี่ก็รอต้อนรับเฉินฟานอยู่ก่อนแล้ว
ท่าทีของเจ้าตัวที่มีต่อเฉินฟานเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างเห็นได้ชัด
ครั้งก่อน เขาเคยรู้สึกคลุมเครือว่าเพลง 'คิดถึงเธอจัง' อาจจะดัง
แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเพลงนี้จะดังเกินคาด
สุดท้ายแล้ว แม้แต่สตูดิโอดนตรีของเขาก็ยังได้อาศัยชื่อที่ติดอยู่บนมิวสิกวิดีโอ ปรากฏตัวให้คนทั้งเน็ตเห็นกันพอหอมปากหอมคอ
ทีนี้ก็ดีสิ
คนในวงการหลายคนที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ต่างเริ่มโทรศัพท์มาหาหวางซวี่
ถามว่าเจ้าสามัญชนคนนี้คือใครกันแน่
เซ็นสัญญาศิลปินไว้หรือยัง
บางคนถึงกับประกาศว่าขอเพียงหวางซวี่ให้ข้อมูลของอีกฝ่ายได้ จะยอมให้ค่าตอบแทนใต้โต๊ะสองพัน
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกระสุนเคลือบน้ำตาลเหล่านี้ หวางซวี่ก็ปฏิเสธกลับไปอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจเรื่องเงินหรอกนะ
แต่ในฐานะผู้ชายที่มุ่งมั่นในศิลปะ เขายังมีฝัน
แถมเขายังมีลางสังหรณ์อีกด้วย
ว่าฝันตลอดชีวิตของตัวเองจะเป็นจริงได้หรือไม่ คงต้องฝากไว้กับเฉินฟาน
และก็จริง ๆ ด้วย เฉินฟานนำเซอร์ไพรส์มาให้เขาอีกครั้ง
ผ่านไปแค่หกวัน เฉินฟานก็โทรมาบอกว่ามีผลงานใหม่แล้ว
คราวนี้ หวางซวี่ตื่นเต้นจริง ๆ
ถึงขั้นลากหุ้นส่วนของตัวเองมาเป็นพิเศษเลย
“นี่แน่ะ นายมาซะทีนะ”
หวางซวี่ลุกขึ้นไปรับอย่างกระตือรือร้น แล้วจูงมือเฉินฟานให้นั่งลง
ส่วนบนโซฟาอีกตัวในห้องนั่งเล่น มีชายหนุ่มท่าทางยับเยินคนหนึ่งนั่งอยู่
ดูจากสภาพซังกะตายของเจ้าตัวแล้ว เฉินฟานประเมินว่าฝีมือทางศิลปะของอีกฝ่ายต้องเหนือกว่าหวางซวี่แน่
