ยามนี้เซี่ยเจาเหยียนรู้สึกว่าดวงวิญญาณของตนหลุดออกจากร่าง แล้วเข้ามาอยู่ในห้วงจิต
ภาพความทรงจำอันคุ้นเคยและแจ่มชัดนับไม่ถ้วนพลันหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
มหานครยุคปัจจุบัน รถราวิ่งขวักไขว่ ตึกสูงระฟ้า และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย!
ที่แท้เขาไม่ใช่คนดั้งเดิมของโลกนี้ หากมาจากโลกแห่งเทคโนโลยีซึ่งไร้ทั้งวิทยายุทธ์และเซียน
ชาติก่อนเขาอาศัยอยู่ในประเทศของปุถุชน ที่นั่นไร้วิถียุทธ์อันแข็งแกร่ง มีเพียงเทคโนโลยีที่เจริญรุ่งเรือง!
‘เมื่อใดคลายปมครรภ์มารดา เมื่อนั้นจึงรู้ว่า วันนี้ข้าคือข้า!’
‘ข้ามภพมาก็ว่าแย่แล้ว ยังมาอยู่ในโลกเสวียนหวนที่พลังยุทธ์สูงเสียดฟ้า เป็นโหมดนรกที่วิถีสวรรค์เก็บเกี่ยวชีวิตผู้คนอีกหรือ?’
‘ถ้าเลือกได้ ฉันขอไม่ข้ามภพมาดีกว่า!’ เซี่ยเจาเหยียนอดบ่นในใจอย่างบ้าคลั่งไม่ได้!
ในฐานะองค์ชายแห่งต้าเซี่ย เขารู้ดีว่าโลกใบนี้เป็นกรงขังขนาดมหึมา
หากเป็นคนที่เกิดและเติบโตในโลกนี้ ก็คงต้องยอมรับชะตากรรมอย่างจำใจ
แต่เขาเป็นผู้ข้ามภพมา ชาติก่อนแม้จะใช้ชีวิตธรรมดา อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดภัยพิบัติที่วิถีสวรรค์ทำลายล้างโลก
‘เฮ้อ ซวยจริง ๆ ทำไมไม่ข้ามไปอยู่โลกสมัยใหม่ที่เป็นโลกคู่ขนานกันนะ’
โลกเสวียนหวนที่พลังยุทธ์สูงส่งแบบนี้ ใครอยากมาก็มาเองเถอะ!
ทุก ๆ หนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันหกร้อยปี โลกนี้จะเข้าสู่วัฏจักรหนึ่งครั้ง นั่นยังเป็นเวลาที่วิถีสวรรค์เริ่มตื่นขึ้นและเก็บเกี่ยวผู้บำเพ็ญเป็นเสบียงอีกด้วย
ผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนถูกวิถีสวรรค์เก็บเกี่ยวไป เหลือไว้เพียงสรรพชีวิตธรรมดาให้ขยายเผ่าพันธุ์ เพื่อให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งรุ่นใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
สรรพชีวิตเป็นดั่งฝูงแกะที่ถูกเลี้ยงไว้ ส่วนผู้บำเพ็ญก็เป็นอาหารบนจาน!
การเก็บเกี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้วิถีสวรรค์แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และส่งผลให้สรรพชีวิตอ่อนแอลงทุกที
ทว่าการต่อต้านไม่เคยหยุดลง ผู้บำเพ็ญผู้แข็งแกร่งพุ่งเข้าปะทะวิถีสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า
นี่คือโลกกรงขังขนาดมหึมา ผู้คนเป็นดั่งมดปลวก เป็นอาหารที่ถูกเลี้ยงเอาไว้
‘แต่ฉันทะลุมิติมาทั้งที ไม่มีนิ้วทองคำให้ใช้บ้างเลยหรือไง!’
‘ต้องรู้นะว่าชาติก่อนฉันเป็นผู้ใช้เว็บอ่านนิยายกับเว็บอ่านออนไลน์ตัวยง!’
ทันทีที่บ่นจบ ภาพจากชาติก่อนตรงหน้าก็แตกกระจาย ก่อนจะรวมตัวกันเป็นแท่นบูชาลึกลับแห่งหนึ่ง
‘จริงดิ มีจริง ๆ ด้วย!!!’
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นข้างหู
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่คลายปมแห่งครรภ์มารดาและปลุกความทรงจำชาติก่อนได้สำเร็จ ระบบโกงของท่านเปิดใช้งานแล้ว!】
【โปรยดอกไม้ฉลอง!!!】
ท่ามกลางกลีบดอกไม้ ดวงวิญญาณของเซี่ยเจาเหยียนกลับสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
“ระบบ!!! ฮ่า ๆ ๆ...”
เสียงหัวเราะของเซี่ยเจาเหยียนในยามนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบานและองอาจ
โชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพดวงวิญญาณ โลกภายนอกกับที่นี่จึงไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกัน
“ระบบ บอกข้ามาว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง”
【โฮสต์ ระบบนี้มีนามว่าระบบบูชาสังเวยสรรพฟ้า】
【ความสามารถของระบบ: เมื่อโฮสต์หรือผู้ใต้บังคับบัญชาสังหารศัตรู ระบบจะช่วงชิงพลังชีวิตมาใช้บูชาสังเวยเพื่อสุ่มรับรางวัล】
ยามนั้นเอง ใต้แท่นบูชาก็ปรากฏกระถางสำริดใบหนึ่งขึ้นมา ไม่ต้องให้ใครอธิบาย เซี่ยเจาเหยียนก็รู้ได้เองว่ากระถางใบนี้มีไว้เก็บพลังชีวิต
【ยิ่งมีพลังชีวิตมาก รางวัลที่ได้รับหลังบูชาสังเวยก็ยิ่งล้ำค่า!】
สิ่งที่เซี่ยเจาเหยียนสนใจในยามนี้มีเพียงรางวัลว่าจะเป็นอะไรบ้าง
【ประเภทรางวัลจากระบบ: เคล็ดวิชา โอสถ ศัสตราวุธและของวิเศษ ตัวละครจากสรรพโลก และยอดคนในประวัติศาสตร์!】
หัวใจของเซี่ยเจาเหยียนเต้นรัว!
“ตัวละครจากสรรพโลกกับยอดคนในประวัติศาสตร์หรือ? เป็นคนพวกนั้นอย่างที่ข้าคิดหรือไม่?”
เรื่องนี้เกี่ยวพันกับว่าเขาจะมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่ เพราะอุปสรรคที่ต้องเผชิญในภายหน้านั้นมีมากเหลือเกิน
ดูเหมือนระบบจะรู้ว่าเซี่ยเจาเหยียนกำลังคิดอะไรอยู่!
【ถูกต้อง เป็นบุคคลเหล่านั้นตามที่โฮสต์คิดไว้!】
【แต่ในช่วงแรกจะมอบรางวัลเป็นตัวละครจากสรรพโลกได้เท่านั้น ส่วนยอดคนในประวัติศาสตร์ที่โฮสต์ต้องการนั้น ตอนนี้โฮสต์ยังไม่มีคุณสมบัติพอ】
“หมายความว่าอย่างไร? เจ้าดูแคลนคนกันเกินไปแล้วกระมัง” เซี่ยเจาเหยียนไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
อะไรคือยังไม่มีคุณสมบัติพอ?
【โฮสต์ ดาวบรรพกาลในชาติก่อนของท่านพิเศษอย่างยิ่ง หากต้องการให้ยอดคนในประวัติศาสตร์เหล่านั้นปรากฏตัว ด้วยฐานะและพลังฝีมือของโฮสต์ในตอนนี้ ยังไม่อาจปลุกพวกเขาให้ตื่นได้】
【โฮสต์ต้องขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย ครอบครองโชคชะตาของราชวงศ์ จึงจะปลุกยอดคนบนดาวบรรพกาลได้อย่างแท้จริง】
เซี่ยเจาเหยียนได้ฟังก็อ้าปากค้าง “ถ้าข้าขึ้นเป็นจักรพรรดิต้าเซี่ยได้แล้ว จะต้องการยอดคนบนดาวบรรพกาลไปทำไมอีก?”
“หรือจะให้พวกเขามาเที่ยวชมสถานที่กันเล่า!”
【เมื่อถึงเวลา โฮสต์ย่อมเข้าใจเอง】
【เอาละ เนื่องจากระบบเพิ่งเปิดใช้งาน จึงตั้งใจมอบรางวัลฟรีให้โฮสต์หนึ่งครั้ง】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: ผู้ติดตาม 100 คน】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: สี่มหาโจร ตัวละครจากโลกแปดเทพอสูรมังกรฟ้า】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: สิบมหาโจร ตัวละครจากโลกจอมใจจอมยุทธ์】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: ธนูเอ็นอสรพิษ 100 คัน】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: กระบี่เหล็กกล้า 100 เล่ม】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: เกราะร้อยศึก 100 ชุด】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รางวัล: ผลึกวิญญาณชั้นสูง 100 เม็ด】
【สิ้นสุดการมอบรางวัล ของรางวัลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในแท่นบูชา โฮสต์สามารถนำออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ】
【ขอให้โฮสต์เตรียมตัวให้พร้อม และเก็บรอยยิ้มชวนขนลุกของตนเสีย อีกไม่นานก็จะออกจากที่นี่แล้ว】
เซี่ยเจาเหยียนพยายามสงบจิตใจ ตอนนี้ยังไม่คิดจะดูรางวัลเหล่านั้น เกรงว่าพอเห็นแล้วจะเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาอีก ถึงอย่างไรในโลกความเป็นจริงเขาก็กำลังอยู่ในท้องพระโรง
ไม่ต้องพูดถึงพระบิดา แค่เหล่าขุนนางในราชสำนักคนใดคนหนึ่งก็มีพลังฝึกปรือเหนือกว่าเขามากแล้ว
ชั่วขณะถัดมา เขาพลันรู้สึกว่าตรงหน้ามืดสนิท จากนั้นดวงวิญญาณก็กลับคืนสู่โลกความเป็นจริง
ในยามนี้ ขันทีบนแท่นยังคงอ่านราชโองการอยู่
【เซี่ยเจาเหยียน จงรับราชโองการ วันนี้เราขอมอบบรรดาศักดิ์อ๋องเหรินแก่เจ้า】
【เจ้าเมตตาและซื่อตรงมาตั้งแต่เยาว์วัย เราหวังว่าเจ้าจะรักษาปณิธานแรกเริ่มนี้ไว้ตลอดไป】
ยามนี้เซี่ยเจาเหยียนได้ฟังบรรดาศักดิ์ของตนจนจบแล้ว
อย่าว่าแต่ขุนนางคนอื่นเลย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมีสีหน้าตื่นตะลึง
เขารู้สึกมึนงงไปหมด เพราะในประวัติศาสตร์ต้าเซี่ยเคยมีผู้ได้รับบรรดาศักดิ์อ๋องเหรินเพียงสองครั้ง
ครั้งแรกคือพระโอรสองค์ที่สามของปฐมจักรพรรดิ ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องเหริน
ครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อสองหมื่นปีก่อน บรรพชนคนหนึ่งของราชวงศ์เคยได้รับบรรดาศักดิ์นี้
อ๋องเหรินทั้งสองมีจุดร่วมอย่างหนึ่ง นั่นคือไม่สนใจการแย่งชิงบัลลังก์แม้แต่น้อย
อีกทั้งพรสวรรค์และความสามารถก็อยู่ในระดับธรรมดา จึงจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย
นับแต่นั้นมา ราชวงศ์ก็ไม่เคยใช้บรรดาศักดิ์อ๋องเหรินอีกเลย
เพราะมันถูกมองว่าเป็นลางร้าย ราวกับบรรดาศักดิ์นี้มีคำสาปให้ผู้ครองตำแหน่งอายุสั้น!
แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือในช่วงเวลาอันใกล้ บรรดาศักดิ์นี้จะช่วยให้เขาไม่ตกเป็นเป้าของเหล่าองค์ชายจำนวนมาก
เซี่ยเจาเหยียนไม่เคยคิดเลยว่าตนจะได้รับบรรดาศักดิ์ ‘คำสาป’ นี้ในยามนี้
ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี!
ขันทีผู้ประกาศราชโองการเอ่ยขึ้นว่า
“ขอเชิญอ๋องเหรินรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าของเซี่ยเจาเหยียนซับซ้อน เขาก้าวออกมาจากแถวแล้วเดินไปข้างหน้าเพื่อรับราชโองการ
จากนั้นจึงคำนับขอบพระทัยพระบิดาอย่างนอบน้อม
“ลูกขอขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”
“ลุกขึ้นเถิด!” เสียงทรงอำนาจแต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนดังมาจากเบื้องบน
ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวถอยออกไป เสียงของจักรพรรดิเซี่ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เจาเอ๋อร์ หวังว่าเจ้าจะเข้าใจเจตนาดีของเรา!”
เซี่ยเจาเหยียนสงบจิตใจลงได้แล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นจึงคำนับอีกครั้ง
“ลูกเข้าใจแล้ว ทำให้เสด็จพ่อต้องทรงกังวลแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“เข้าใจก็ดีแล้ว เอาละ ถอยไปได้” น้ำเสียงของจักรพรรดิเซี่ยฟังไม่ออกว่าทรงยินดีหรือกริ้วโกรธ
ต่อจากนี้ ก็ถึงเวลาจัดตำแหน่งให้เหล่าองค์ชายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องแล้ว!
