ฝูงชนที่เดิมส่งเสียงอื้ออึงพลันเงียบกริบ
ในยุคนี้ เหล่าดาราศิลปินไม่ได้กล้าพูดตรงไปตรงมาเหมือนเมื่อก่อน คนที่กล้าพูดและโจมตีคนอื่นแบบหมิงหลี่มีอยู่ไม่มากแล้ว
【เธอพูดเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่กลัวทำให้พวกนักข่าวบันเทิงพวกนี้ขุ่นเคือง แล้วโดนเล่นงานหรือไง?】
【หรือว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วก็เลยปล่อยจอย เตรียมสร้างภาพคนบ้าไปเลย?】
【พังให้สุดไปเลยสินะ? (ถั่วเหลืองเหงื่อแตก)】
【รู้สึกว่าจะได้เห็นเธอติดเทรนด์แน่】
【ติดแล้ว ความร้อนแรงพุ่งเร็วยิ่งกว่าจรวดอีก】
ถึงจะโดนด่า แต่ก็มีเรื่องให้เอาไปตีข่าวได้นี่นา!
เหล่านักข่าวบันเทิงที่เห็นกระแสกับยอดผู้ชมเป็นพ่อถึงกับยิ่งตื่นเต้น!
“หมิงหลี่ ได้ยินว่าคุณจะเข้าร่วมรายการซีซันใหม่ของ《ใช้ชีวิตหรือเอาตัวรอด?》จริงไหม? หนานจู๋ก็จะเข้าร่วมด้วย คุณแน่ใจหรือว่าจะไปเจอเขาในรายการ? คุณคิดยังไงกับหนานจู๋?”
“หนานจู๋เป็นตัวอะไรอีกล่ะ?”
ฝูงชนฮือฮา สีหน้าของแต่ละคนเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก
หมิงหลี่ที่ปากไวเกินสมองพูดจบแล้ว ถึงค่อยขุดข้อมูลเกี่ยวกับ “หนานจู๋” ออกมาจากซอกหลืบลึก ๆ ในสมองได้—
คุณชายใหญ่แห่งแวดวงผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวง วางท่าผึ่งผาย โดดเด่นสะดุดตาและหยิ่งยโส แถมยังทั้งรวยทั้งหล่อสุด ๆ ดังนั้นถึงไม่ได้เข้าวงการบันเทิงก็ยังมีแฟนคลับเป็นกอง
หลังหมิงหลี่เข้าวงการได้ไม่นาน เขาก็ประกาศเกลียดเธอในโลกออนไลน์ด้วยชื่อจริง แถมยังแชร์โพสต์เวยปั๋วของหมิงหลี่ไปเหน็บแนมด้วย เพราะมีชื่อเสียงมาก ชาวเน็ตจึงยกให้เขาเป็น “แฟนคลับแอนตี้อันดับหนึ่งของหมิงหลี่”
หมิงหลี่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในความทรงจำของร่างเดิม เธอไม่เคยข้องเกี่ยวกับหนานจู๋เลยสักนิด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเกลียดเธอ
ความรักไม่มีเหตุผล ความเกลียดก็ไม่มีเหตุผล เหมือนกับที่เธอพร้อมจะสติแตกได้ทุกเมื่อโดยไม่มีเหตุผล
เพราะโลกใบนี้เองก็ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว
“หมิงหลี่ หมิงหลี่...”
เธอยกมือขึ้น วางนิ้วชี้ไว้หน้าริมฝีปากสีแดง “ชู่ว”
ทุกคนเงียบลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาร้อนแรงจับจ้องเธอไม่วาง
หมิงหลี่ยิ้ม แววตาพราวระยับพลันอ่อนโยนขึ้น “ดูสิ พวกคุณตื่นเต้นกันแล้ว ฉันไม่ด่าต่อแล้วนะ กลัวพวกคุณจะฟิน”
ทุกคน “...”
มีคนพึมพำเสียงเบา “ทำไมรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปเยอะเลย?”
หมิงหลี่ที่กำลังจะเดินจากไปชะงักฝีเท้า หันไปจ้องคนนั้น
“รู้สึกถูกแล้วล่ะ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลจิตเวชมา สภาพจิตใจก็ดีขึ้นจริง ๆ”
ทุกคน “...”
พูดถึงเธอแล้ว ยังจะหายใจรดต้นคออีกเหรอ?
【ฮ่าๆๆๆๆ ตรงนี้ฉันกลั้นขำไม่ไหวแล้ว】
【นี่เรียกว่าสภาพจิตใจดีขึ้นแบบนี้เหรอ?】
【เดี๋ยวนะ เธอป่วยจริงเหรอ?】
【ถ้าพูดในแง่หนึ่ง ก็ป่วยจริงนะ (เงียบ)】
...
#หมิงหลี่ออกจากโรงพยาบาลจิตเวช#
#นิ้วกลางคือทัศนคติที่ฉันมีต่อชีวิต#
#หนานจู๋เป็นตัวอะไร?#
แฮชแท็กติดอันดับต้น ๆ ของเทรนด์ขึ้นมาพร้อมกันหลายรายการ ไม่ว่าอันไหนก็ชวนให้ชาวเน็ตยุคนี้อยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ ส่วนกระแสในแต่ละแฮชแท็กก็แตกต่างกันไป
แฮชแท็กแรก—
โมจิสตรอว์เบอร์รี: โอ๊ย เธอออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ? ฉันนึกว่าจะต้องอยู่ในนั้นสักสามถึงห้าปีซะอีก
หัวเป็ดสิ้นหวังตอบกลับโมจิสตรอว์เบอร์รี: เธอเข้าโรงพยาบาล ไม่ได้เข้าเรือนจำนะ...
เรื่องเศร้าของอวี้: พี่สาวดาก็ป่วยแล้ว ก็ดูแลตัวเองดี ๆ สิ ยังจะออกมาทำขายหน้าแล้วสติแตกอีกเหรอ? รักวงการบันเทิงขนาดนั้นเลยหรือไง (กลอกตา)
บัณฑิตสิ้นหวังตอบกลับเรื่องเศร้าของอวี้: รักวงการบันเทิง (ผิด) รักเงิน (ถูก)
ฟาราดา: ดาราตกกระป๋องแบบนี้ยังกลับมาได้ แถมยังมีคนรีบส่งกระแสให้ด้วยการเชิญไปร่วมรายการ... วงการบันเทิงในประเทศจบเห่แล้ว
ระบำดารา: ขำจะตาย วงการของพวกคุณไม่เป็นแบบนี้มาตลอดเหรอ? ถูกนายทุนควบคุม นายทุนป้อนขี้ให้ประชาชน ดูสิ ขี้มาแล้วไง?
ราชาหน้าบูดแห่งชิงหู: ถึงอย่างนั้นก็เถอะ หมิงหลี่ไม่ได้มีนายทุนหนุนหลังนี่? มีแค่สตูดิโอส่วนตัว ครอบครัวก็ธรรมดามาก นอกจากหน้าตาพอใช้ได้แล้ว เธอไม่มีข้อดีอะไรเลย
จิ่วจิ่วตอบกลับราชาหน้าบูดแห่งชิงหู: ถึงไม่มีคนหนุนหลัง แต่ก็มีกระแสกับจุดขายนะ ไม่งั้นด้วยระดับของเธอ จะได้ไปออกรายการวาไรตี้พี่น้องนั่นเหรอ? เธอคู่ควรด้วยหรือไง?
แฮชแท็กที่สอง—
คิดไม่ถึงว่าจะตั้งชื่อเล่นยาวขนาดนี้ได้: อยากเป็นนิ้วกลางสักนิ้ว แค่ฉันยืนอยู่ตรงนั้นก็แสดงถึงทัศนคติในชีวิตของฉัน แสดงถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ แสดงถึงกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่ง!
เอาขี้ผัดข้าวไม่กลัวติดคอ: เท่จัง ฉันประกาศเลยว่าต่อไปฉันก็จะเป็นนิ้วกลางเหมือนกัน ขอบคุณคุณครูนิ้วกลาง (หือ?)
ชื่อผิดกฎถูกบังคับให้เปลี่ยน: เรื่องอื่นไม่พูดถึง เอาแค่เรื่องชูนิ้วกลางใส่ปาปารัสซี ฉันสนับสนุนนะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าปาปารัสซีเป็นหมาไม่ใช่คน ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับปาปารัสซีเหมือนคน
เข้าห้องน้ำแล้วไม่พกกระดาษตอบกลับชื่อผิดกฎถูกบังคับให้เปลี่ยน: หมา: โดนโยนความผิดก้อนเบ้อเริ่มเลย ท่านผู้พิพากษาผู้เที่ยงธรรม ชื่อเสียงของหมาก็เป็นชื่อเสียงเหมือนกันนะ! (ร้องไห้หนักมาก)
แฮชแท็กที่สาม—
ส่งให้สามสิบล้าน: ? เกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้หมิงหลี่ไม่เคยตอบโต้คำเหน็บแนมของหนานจู๋ตรง ๆ เลยนี่ ทำไมคราวนี้ถึงสู้กลับขนาดนี้? จะเปลี่ยนแนวทางจริง ๆ เหรอ? ล้างภาพลักษณ์แล้วกลับตัวเป็นคนใหม่?
ความสุขไม่มีที่สิ้นสุด: กลับมาเพื่อเรียกกระแสก็ต้องพูดถึงคนที่มีกระแสและมีชื่อเสียงสิ ไม่งั้นจะเกาะกระแสยังไง? เรื่องเกาะกระแสเธอเก่งมาตลอดอยู่แล้ว (ยกนิ้วโป้ง)
ตาเป็นประกาย: รายการประกาศพี่น้องสามคู่แล้ว หนึ่งในนั้นมีหนานจู๋ด้วย หมิงหลี่กล้าไปจริงเหรอ? รู้สึกว่าสองคนนั้นอาจทะเลาะกันกลางรายการก็ได้นะ?
ราชาเหนือราชาในหมู่ราชาตอบกลับตาเป็นประกาย: ทีมรายการเขาเลือกคนเป็นนะ ถ้ามีแค่หนานจู๋ฉันอาจไม่ดูก็ได้ แต่ถ้ามีหมิงหลี่ด้วย ฉันต้องดูแน่นอน ฮ่าๆๆ
……
แต่ไม่ว่าในโลกออนไลน์จะเถียงกันยังไง ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อหมิงหลี่เลย เพราะตอนนี้เธอกำลังสังเกต “พี่ชาย” ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาคนนี้อยู่
จากความทรงจำของร่างเดิม เธอสรุปข้อมูลของหมิงเฉียงได้คร่าว ๆ ว่า—
คนว่างงาน เกาะพ่อแม่กิน เกาะน้องสาวกิน ชายเป็นใหญ่ อายุยังไม่มากแต่ชอบวางท่าเป็นพ่อคน อยากพลิกชะตาจากลูกเขยจน ๆ ให้กลายเป็นคนรวยมีหน้ามีตา
ถ้าต้องแยกขยะ เขาคงต้องนอนอยู่ในถังขยะอันตราย
หมิงหลี่พินิจหมิงเฉียง รู้สึกอยู่ตลอดว่าหน้าตาของเขากับเธอต่างกันมากกว่าแค่นิดหน่อย
ถึงการโจมตีหน้าตาคนอื่นจะเสียมารยาท แต่ระยะห่างระหว่างดวงตาของหมอนี่ช่างกว้างจนเธอแทบกลั้นสีหน้าไม่อยู่ นั่งแท็กซี่ยังต้องจ่ายเพิ่มอีก 30 หยวนแน่ะ
เธอ: โฉมงามสะเทือนจันทร์หลบเมฆ
เขา: ก็อบลินหน้าตามั่นใจในตัวเองที่เพิ่งกลายร่างเป็นมนุษย์
พ่อแม่เดียวกันให้กำเนิดลูกสองคนที่หน้าตาไม่เกี่ยวข้องกันเลยได้ยังไง?
ถูกหวยทางพันธุกรรม? กลายพันธุ์ทางพันธุกรรม? หรือมีคนอุ้มมาเลี้ยง?
หมิงหลี่ไม่เข้าใจ
เมื่อรถมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านจัดสรร เธอก็ถามออกมา “ข่าวที่ฉันออกจากโรงพยาบาลเป็นนายปล่อยออกไปเหรอ? แล้วรายการนั่นมันเรื่องอะไร?”
หมิงเฉียงตอบอย่างมั่นใจว่าเป็นเรื่องธรรมดา “เรื่องที่เธอออกจากโรงพยาบาลเป็นประเด็นดี ๆ แบบนี้ ก็ต้องเอามาปั่นกระแสให้เต็มที่สิ รายการวาไรตี้นี้ดังระเบิดเมื่อปีที่แล้ว มีคนตั้งเยอะอยากไปแต่ก็ไม่ได้ไป ฉันอุตส่าห์ไปหาผู้กำกับหลัวมา เขาถึงยอมตกลง”
หมิงหลี่ถึงกับพูดไม่ออก ลูกตากลอกจนแทบอยากกระโดดตีลังกาสามรอบอยู่ในเบ้าตา
นอกจากจะใช้ประโยชน์จากคนในครอบครัวได้อย่างหมดจดแล้ว ยังยกหางตัวเองทั้งทางตรงทางอ้อมอีก ผู้กำกับหลัวยอมตกลงได้ก็เพราะหัวข้อ “หมิงหลี่ปรากฏตัวครั้งแรกหลังออกจากโรงพยาบาล” กับ “ความเป็นศัตรูอย่างไม่มีที่มาที่ไประหว่างหมิงหลี่กับหนานจู๋” ที่จะช่วยเรียกกระแสให้รายการต่างหาก ไม่ต้องคิดก็รู้
หมิงเฉียงก็แค่ผู้ช่วยของร่างเดิม รับเงินเดือนแต่ไม่ทำงาน เป็นขยะเกาะน้องสาวกิน ยังคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?
สวัสดีครับ พัสดุชิ้นใหญ่ที่ส่งมาถึงแล้ว—
โปรดเลือก: ถังขยะ | เตาเผาศพ
“ในเมื่อเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ไปออกรายการหาเงินให้ดี ไม่ต้องกังวล ถึงตอนนั้นฉันก็จะไปออกรายการกับเธอด้วย มีฉันอยู่ คนอื่นแย่งซีนเราไม่ได้หรอก”
พูดจบ เขาก็กวาดตามองหมิงหลี่อย่างรังเกียจ “เธอควรลดน้ำหนักได้แล้วนะ ตอนนี้เป็นดาราแล้ว ต้องดูแลรูปร่างให้ดี ดูสิ ครึ่งปีมานี้อ้วนขึ้นขนาดไหน? ขาก็ใหญ่ขึ้นตั้งรอบหนึ่ง! ผู้หญิงอ้วนแล้วไม่มีใครเอาหรอก”
หมิงหลี่ที่มีกล้ามเนื้อกระชับได้รูป ผอมเพรียวแน่นเฟิร์ม ไม่มีไขมันส่วนเกินสักนิด: ?
“ทำไม เห็นของใหญ่แล้วอิจฉาเหรอ?”
สายตาของเธอหยุดอยู่ตรงหว่างขาของผู้ชายคนนั้นหนึ่งวินาที รอยยิ้มแฝงความหมายบางอย่าง
“ดีนะที่นายไม่ได้ใส่กางเกงเป้าเปิด ไม่งั้นฉันคงต้องอิจฉาที่ของนายเล็กแล้วล่ะ”
ผู้ชายคนนั้นหนีบขาเข้าหากัน “เธอ!”
“ฉันอ้วนก็ไม่เป็นไร ยังลดได้ แต่นายสั้นไปหน่อยก็...”
“เฮ้อ ไม่เป็นไรหรอก เล็ก ๆ ก็น่ารักดี”
หมิงเฉียงกำลังจะด่ากราด หมิงหลี่ก็ปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว แล้วกวักมือเรียกนกแก้วที่เกาะอยู่บนต้นไม้ข้างถนน “ใช่ไหม?”
เสียงแหลมเล็กของนกแก้วพูดซ้ำไม่หยุด “เล็ก ๆ ก็น่ารักดี! เล็ก ๆ ก็น่ารักดี! เล็ก ๆ ก็น่ารักดี!”
หน้าของผู้ชายคนนั้นแดงก่ำ เขาเตะรถอย่างแรง แต่หน้าแข้งกลับกระแทกแผ่นเหล็กจนเจ็บ เขาตัวงอขดเป็นก้อน
(เจ้าทึ่มสองขาตัวนี้ ฮ่าๆๆ)
เสียงแหลมเล็กดังขึ้นข้างหูหมิงหลี่ เธอยืนนิ่งงัน มองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดสายตาที่นกแก้วในกรง
มันเป็นคนพูดเหรอ?
