ครู่ต่อมา หวังผิงก็มาทำงาน พอเฉินหยางเห็นเธอเดินเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นทันที “อาจารย์ครับ ผมมีเรื่องอยากถามหน่อย!”
“มีอะไรหรือ?” หวังผิงมองเขาพลางยิ้ม
เฉินหยางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จากนั้นก็ถามว่า “ผมรู้ว่าหัวหน้าต้องไม่ได้หวังดีแน่ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงให้ผมไปตรวจคนไข้นอกครับ!”
“จะมีความหมายอะไรได้อีกล่ะ!” หวังผิงกลอกตามองเขา ก่อนกล่าวต่อว่า “ก็อยากไล่เธอออกจากแผนกสูตินรีเวชไง!”
“แล้วเธอจะทำยังไงครับ?” เฉินหยางเข้าใจจุดประสงค์ของกานลู่ลู่ดี แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงให้เขาไปตรวจคนไข้นอก
แค่ไปตรวจคนไข้นอกก็ไล่เขาออกได้แล้วหรือ?
หวังผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็อาจดุด่าเธอต่อหน้าคนไข้ ให้เธอเสียหน้า ไม่ก็วันนี้มีคนไข้โรคยากที่นัดกันไว้ แล้วถามความรู้เฉพาะทาง ถ้าตอบไม่ได้ เธอก็จะขายหน้า!”
เฉินหยางฟังแล้วอึ้งไป “จิตใจช่างอำมหิตจริง ๆ!”
“รู้ไว้คนเดียวก็พอ อย่าไปบอกคนอื่นว่าเป็นฉันพูดล่ะ!” หวังผิงเตือน
“แน่นอนครับ อาจารย์หวังทำเพื่อผม ผมจะหักหลังอาจารย์ได้ยังไง!” เฉินหยางพยักหน้า กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
หวังผิงยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร ที่วันนี้เตือนเฉินหยางเช่นนี้ก็เพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมา เธอไม่พอใจกับการกระทำของกานลู่ลู่ไม่น้อย ไหน ๆ ก็อยู่แผนกเดียวกันแล้ว จะมาขัดแย้งกันเองทำไม?
ด้วยความรู้สึกยุติธรรม เธอคิดว่าตัวเองควรช่วยเฉินหยางสักหน่อย
