br /> รอบรถม้ามีองครักษ์หลายนายยืนรักษาการณ์ เพียงแต่พวกเขาล้วนอยู่ในที่มืด เฉินซูมิได้สังเกตเห็นก่อนหน้านี้ จนกระทั่งนางเดินเข้าใกล้รถม้า คนทั้งหลายจึงปรากฏกายออกมาจากเงามืด ผู้หนึ่งนั้นเฉินซูเคยพบในเรือนของเซี่ยเยี่ยนหลินเมื่อวาน ดูอายุเกือบสามสิบ ผิวคล้ำ ยามยิ้มมีลักยิ้มที่แก้ม เขาคือหัวหน้าองครักษ์เวยเจา
ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ ผงกศีรษะให้เฉินซู เป็นเชิงให้นางขึ้นรถม้า
เฉินซูร่ำลากู้ควัน แล้วเหยียบเก้าอี้เตี้ยขึ้นรถม้า นางค่อย ๆ ผลักประตูรถม้าออก แสงอุ่นจากภายในสาดกระทบใบหน้า ภาพที่เห็นคือเซี่ยเยี่ยนหลินนั่งพิงพนักเก้าอี้ ส่วนเซี่ยอานหนุนตักเขาหลับอยู่
เซี่ยเยี่ยนหลินปรายตาขึ้น ชี้นิ้วไปยังที่นั่งด้านขวา เฉินซูไม่กล้านั่งบนเก้าอี้ จึงนั่งบนเบาะที่ปูบนพื้นข้างเก้าอี้โดยตรง รถม้าเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ โยกเยกไปมา จนเฉินซูรู้สึกง่วงอีกครั้ง นางพยายามเบิกตากว้าง สั่งให้ตัวเองตื่นตัว แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดหลานกับอาคู่นี้จึงมาที่นี่ แต่เมื่อมาถึงแล้ว นางต้องทำหน้าที่ให้ดี ดูแลคุณชายน้อย
ทันใดนั้นด้านหลังรถม้ากลับมีเสียงร้องไห้ดังขึ้น
"ท่านแม่ ท่านแม่~"
เฉินซูชะงัก ไม่คำนึงถึงมารยาท รีบลุกขึ้นผลักหน้าต่างรถม้ามองไปด้านหลัง จิ่นเป่าเอ๋อกำลังยกห่อผ้าเล็ก ๆ ร้องไห้วิ่งตามหลังรถม้ามา เหตุใดเฉินซูจึงไม่นำขนมเปาะเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าที่นางทำให้แม่ไปด้วยเล่า! แม่เหนื่อยนักทำงานในจวนอ๋อง หากหิวแล้วไม่มีอะไรกินจะทำอย่างไร? จิ่นเป่าเอ๋อไม่สนใจว่าป้ากู้ควันที่เท้าเป๋กำลังวิ่งตามมา นางเพียงต้องการตามแม่ให้ทัน ยื่นขนมเปาะเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าให้
"ท่านอ๋อง นั่นบุตรสาวหม่อมฉัน ขอหยุดรถได้หรือไม่?" เฉินซูร้อนใจ รีบมองไปทางเซี่ยเยี่ยนหลิน แต่พอถามออกไปแล้ว นางจึงนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ยิน! ในรถม้ามืด เกรงว่าเขาจะมองริมฝีปากนางไม่ชัดด้วย
นางร้อนใจ มองไปรอบ ๆ ก็ไม่มีสิ่งใดใช้เขียน จึงตัดสินใจคว้ามือเซี่ยเยี่ยนหลินขึ้นมา รีบเขียนลงบนฝ่ามือเขาว่า: หยุด! บุตรสาวข้า!
เซี่ยเยี่ยนหลินยกมือขึ้น เคาะเบา ๆ บนผนังรถม้าสองครั้ง
ตุบ ตุบ...
รถม้าค่อย ๆ หยุดลง
โชคดีที่เพราะเซี่ยอานหลับอยู่ รถม้าจึงแล่นช้ามาก ทำให้จิ่นเป่าเอ๋อวิ่งตามมาไม่ไกลนัก เฉินซูกระโดดลงจากรถม้า วิ่งตรงไปยังเป่าเอ๋อ
"ท่านแม่ ขนมเปาะเปี๊ยะ" จิ่นเป่าเอ๋อร้องไห้สะอึกสะอื้น ยัดห่อผ้าเล็ก ๆ ใส่อ้อมอกเฉินซู
เฉินซูตั้งใจไม่เอาติดตัวมา กว่าจะได้กินเนื้อสักครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย นางอยากให้เป่าเอ๋อได้กินมาก ๆ เข้าจวนอ๋องแล้ว อาหารคงไม่เลวนัก นางยังคิดว่าจะหาทางเอาอาหารจากในจวนอ๋องกลับมาให้เป่าเอ๋ออีก! แต่นี่เป็นสิ่งที่เป่าเอ๋อตั้งใจให้ หากนางไม่รับ เกรงว่าเป่าเอ๋อจะยิ่งเป็นห่วง
"แม่เลินเล่อเอง เหตุใดจึงลืมได้นะ" เฉินซูกอดห่อผ้าเล็ก ๆ ไว้แนบอก จูบแก้มเป่าเอ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า "เป่าเอ๋อเด็กดี รีบกลับไปกับป้ากู้ควันเถิด"
จิ่นเป่าเอ๋อยื่นศีรษะน้อย ๆ มองรถม้าคันใหญ่นั่น มันใหญ่เสียยิ่งกว่าบ้านของนางกับแม่เสียอีก แม่นั่งข้างในหลังคงไม่ปวดหรอกใช่ไหม?
"ให้ข้าดูแลเอง" ป้ากู้ควันลากขาเป๋ ในที่สุดก็วิ่งตามมาทัน นางรีบอุ้มเป่าเอ๋อขึ้นมากอด กระซิบเบา ๆ "ข้าไม่ได้ดูแลนางให้ดี เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลนางอย่างดี"
"ได้" เฉินซูใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าให้เป่าเอ๋อ ก้าวหนึ่งหันสามครั้งเดินกลับไปทางรถม้า
จิ่นเป่าเอ๋อซุกตัวในอ้อมอกกู้ควัน มองเฉินซูตาแป๋ว นางอยากร้องไห้นัก แต่ป้ากู้ควันบอกแล้วว่าแม่เข้าจวนอ๋องจะได้ใส่เสื้อใหม่ ได้กินเนื้อมากมาย ดังนั้นนางต้องไม่ร้องไห้ ต้องไม่ทำให้แม่ไม่มีเสื้อใหม่ใส่ กระโปรงของแม่มีรอยปะเต็มไปหมดแล้ว!
เมื่อเห็นเฉินซูขึ้นรถม้า จิ่นเป่าเอ๋อก็เบะปากเล็กน้อย ซบหน้าลงบนซอกคอกู้ควัน ไหล่น้อย ๆ กระตุกขึ้นลงเริ่มร้องไห้
กู้ควันลูบใบหน้าเด็กอย่างอาทร ปลอบนางเบา ๆ พาอุ้มนางเดินกลับ
"แม่เจ้าจะได้กินเนื้อมาก ๆ ก็จะมีแรงมาก จะได้อยู่กับเป่าเอ๋อทุกวัน"
"แม่เจ้าจะหาเงินได้มากมาย ถึงเวลาจะเปลี่ยนเตียงใหญ่ ๆ แม่เจ้าจะได้ไม่ตกเตียงตอนกลางคึก"
"แม่เจ้าจะซื้อโสมให้เจ้า ถึงเวลาเจ้าจะได้แข็งแรง จะได้ช่วยแม่ทำงาน"
จิ่นเป่าเอ๋อเงยศีรษะน้อย ๆ ยกแขนเล็ก ๆ ขึ้น พูดพลางสะอื้น "เป่าเอ๋อจะต้องแข็งแรงขึ้น!"
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนไกลออกไป
เฉินซูกอดห่อผ้าเล็ก ๆ ไว้ นั่งเงียบพิงประตูรถม้า ครู่ใหญ่จึงได้สติ หันไปมองเซี่ยเยี่ยนหลิน ตอนนั้นเองนางจึงพบว่าเซี่ยอานก็ตื่นแล้ว กำลังนั่งพิงเซี่ยเยี่ยนหลิน มองนางด้วยความสงสัย
"ท่านอา นั่นบุตรสาวของท่านหรือ?"
"อืม" เฉินซูรีบรวบรวมสติ นางนึกถึงขนมเปาะเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าในอ้อมอก จึงรีบยัดใส่ห่อผ้าของตน กลัวกลิ่นจะรบกวนคุณชายน้อย
"ท่านซ่อนอะไรไว้?" เซี่ยอานมองไปที่ห่อผ้าของนางทันที
"เป็นขนมเปาะเปี๊ยะไส้หัวไชเท้าที่บุตรสาวข้าทำให้" เฉินซูอธิบาย
"ท่านอารอง ขอเงินข้าหน่อย" เซี่ยอานหันไปทางเซี่ยเยี่ยนหลิน จับมือเขาเขียนบนฝ่ามือ
เซี่ยเยี่ยนหลินพยักหน้า ส่งสายตาไปทางกล่องไม้ที่วางอยู่ข้าง ๆ
เซี่ยอานเลื่อนลงจากเก้าอี้ เดินไปหน้ากล่องไม้ เปิดออก หยิบตลับหนึ่งออกมา ข้างในเป็นเศษเงินทั้งสิ้น เต็มตลับ เกรงว่าจะกว่าสองตำลึง เป็นเงินที่เฉินซูต่อให้ทำงานอีกหลายปีก็เก็บไม่ได้
เซี่ยอานหยิบเงินออกมาชิ้นหนึ่งยื่นให้ตรงหน้าเฉินซู "ท่านอาขายให้ข้าชิมสักชิ้นได้ไหม?"
เฉินซูชะงัก รีบมองไปทางเซี่ยเยี่ยนหลิน เซี่ยอานกำลังป่วย กินของนอกจวนได้หรือ? สายตาเซี่ยเยี่ยนหลินหยุดบนใบหน้านางเพียงแวบหนึ่ง แล้วผงกศีรษะอย่างสงบ
เฉินซูไม่กล้ารับเงิน นางหยิบขนมเปาะเปี๊ยะหัวไชเท้าออกมา ส่งให้เซี่ยอานชิ้นหนึ่ง
เซี่ยอานวางเงินไว้ข้างมือนาง รับขนมเปาะเปี๊ยะหัวไชเท้ามาด้วยสองมือ ถือไว้ดูแล้วดูอีก จากนั้นจึงกัดอย่างระมัดระวัง
"อร่อย" เขาลิ้มรสออก จึงกินเข้าไปคำโต
เฉินซูไม่กล้าผ่อนคลาย จ้องมองเขาอย่างประหม่า เกรงว่าเขาจะกินแล้วเกิดอาการผิดปกติ เด็กบางคนกระเพาะลำไส้อ่อนแอ กินอะไรไม่ดีก็จะอาเจียนท้องเสีย หากร้ายแรงกว่านั้นจะขึ้นผื่นเต็มตัว ครั้งนั้นพระโอรสของกุ้ยเฟยเฉินในวังก็สิ้นพระชนม์เพราะเหตุนี้
"ท่านอา ข้าขอซื้ออีกชิ้นได้หรือไม่?" เซี่ยอานหยิบเงินจากตลับอีกชิ้นมาวางตรงหน้าเฉินซู
"ไม่ต้องใช้เงินมากมายเช่นนี้ ขนมเปาะเปี๊ยะหัวไชเท้าที่ตลาดก็ขายเพียงสามอีแปะต่อชิ้น" เฉินซูอธิบาย พร้อมกับยกห่อผ้าเล็ก ๆ ไปตรงหน้าเซี่ยอาน ให้เขาเลือกเอง
เซี่ยอานครุ่นคิด หยิบไปสองชิ้น กินเองหนึ่งชิ้น อีกชิ้นยื่นไปที่ปากเซี่ยเยี่ยนหลิน
"ท่านอารอง หอมนัก ท่านลองกินเถิด" เขามองเซี่ยเยี่ยนหลินอย่างคาดหวัง
เซี่ยเยี่ยนหลินนั่งนิ่ง เพียงส่ายศีรษะเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เฉินซูเคยพบเซี่ยเยี่ยนหลินสองครั้ง ทุกครั้งเขาล้วนช่างพูด ช่างสนทนา ท่วงท่าสดใสดังก้องฟ้า เด็กหนุ่มห้าวหาญองอาจ สู้กับตะวันบนฟ้าได้ บัดนี้เพียงผ่านไปสี่ปี ท่วงท่าทั้งเรือนกายเขากลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาคมหม่น แววตาเต็มไปด้วยความเยียบเย็น จ้องผู้ใดก็ทำให้ผู้นั้นรู้สึกเยือกเย็นในใจ