สภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเซียนอันแสนดีที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ ล้วนแลกมาด้วยเลือดเนื้อของบรรพชนทั้งสิ้น อีกทั้งยังทำให้ยอดฝีมือในยุคนั้นแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือในยุคนี้มากนัก
สิ่งมีชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สงบสุขซึ่งรอดชีวิตจากการนองเลือดกับเผ่ามนุษย์ สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายล้วนจารึกความหวาดกลัวต่อมนุษย์ไว้
เมื่อเผชิญมหันตภัย ความสามัคคีและความสามารถในการหยั่งรู้ของมนุษย์นั้นหาใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปจะเทียบได้ แม้มนุษย์จะสามัญ แต่ความคิดสร้างสรรค์กลับโดดเด่นมาโดยตลอด
หากฝึกกายจนสำเร็จ การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็มีอานุภาพมหาศาล ต่อให้พลังเวทหมดสิ้น ก็ยังอาศัยร่างกายฟันภูเขา แยกทะเลได้ ร่างกายของตนเองก็คือโอสถวิเศษชนิดหนึ่ง!
“เส้นลมปราณของข้าขาดสะบั้น วิถีเซียนแห่งปราณวิญญาณก็สูญสิ้น ไม่อาจเชื่อมต่อได้เลย”
จู่ ๆ กระแสไฟฟ้าก็เริ่มแล่นวนรอบกายเฉินสวิน ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ แสงสีขาวเจิดจ้าสว่างวาบ เส้นผมของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเงิน ดวงตาปรากฏประกายอสนีบาต เย็นชาอย่างถึงที่สุด
เลือดลมภายในกายเริ่มปั่นป่วนสั่นสะเทือน ผืนน้ำริมชายฝั่งกระเพื่อมเป็นระลอก ๆ แผ่ออกไปทุกทิศทาง
เฉินสวินถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาว ร่างกายยังมีประกายพิเศษอีกชั้นหนึ่ง เขาพลิกอ่านเคล็ดวิชาฝึกกายเหล่านี้อย่างไม่เร่งรีบ พลางกล่าวว่า “ที่แท้ก็ไม่มีทางลัดเลยแม้แต่น้อย”
เขาส่ายหน้าเบา ๆ แล้วก็พบว่ายาเทพหลายชนิดสามารถใช้แทนเลือดสัตว์วิญญาณในการปรุงเป็นน้ำยาสำหรับฝึกกายได้ ทว่าไม่ว่าจะอย่างไร ทรัพยากรที่ต้องใช้ก็มีมากมายมหาศาล
หากไม่มีแก่นพลังสรรพสิ่ง เขาคงโยนเคล็ดวิชาทิ้งแล้วจากไป นี่จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ฝึกฝนได้อย่างไร ในใต้หล้านี้ก็ใช่ว่าจะมีทรัพยากรมากมายรอให้เจ้าเก็บไปได้ตามใจ
