เดือนถัดมา เฉินสวินหาเวลาว่างจากงานอันยุ่งรัดตัว แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือเหาะยักษ์ริมเกาะเพียงลำพัง
“เสี่ยวเฮ่อ พี่ใหญ่แวะมาหาเจ้าอีกแล้ว”
เฉินสวินตบลำต้นไม้เบา ๆ ตามสัญชาตญาณ ก่อนเอนกายนั่งพิงอย่างสบายอารมณ์ ชื่นชมทะเลต้องห้าม
สายลมทะเลพัดผ่านอย่างเงียบงัน ลูบไล้แสงอรุณให้เกิดริ้วระลอกเหนือทะเลดำ ทะเลต้องห้ามแผ่พลังชีวิตเร้นลับที่ยากจะพรรณนาออกมา ทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความล้ำลึกเหนือสามัญ
แววตาของเฉินสวินค่อย ๆ สงบนิ่ง เรื่องราวเก่าแก่ในอดีตพลันเลือนหายไปพร้อมคลื่นนับพันชั้น ไร้ร่องรอย
เขาคิดถึงบ้านขึ้นมาเล็กน้อย อย่างไรเสีย แคว้นต้าหลีก็ไม่ให้ความรู้สึกเหมือนครั้งที่อยู่ในตั๋นกั๋ว ต่อให้แคว้นต้าหลีถูกทำลาย เขาก็จะพาพี่น้องทั้งสองหลบหนีไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม่คิดต่อต้านเด็ดขาด
“หุบเหวใหญ่เทียนต้วน ตอนนี้ยังไม่มีความสามารถพอจะแก้ไข”
เฉินสวินส่ายหน้าเบา ๆ ปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้แคว้นต้าหลีมานานนับปี ไหนเลยจะสะสางได้ทันทีที่เขามาถึง “ค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว ทำได้แค่สุดความสามารถ”
เขาเงยหน้ามองต้นกระเรียนวิญญาณห้าธาตุ ท่ามกลางกิ่งใบหนาทึบมีแหวนเก็บของนับพันห้อยอยู่ ราวกับกระดิ่งลม ดูงดงามยิ่งนัก
หลังเพาะเลี้ยงมานานหลายปี อายุของมันก็เกินห้าแสนปีแล้ว ทั้งยังกลายเป็นสิ่งวิเศษอย่างยิ่ง ถึงขั้นเริ่มมีพลังโจมตี ทว่ามันไม่เคยเผยออกมา
“เสี่ยวเฮ่อ ข้ารู้ว่าไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะถือกำเนิดจิตวิญญาณขึ้นมา”
แววตาของเฉินสวินสงบนิ่งเป็นพิเศษ “ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา พวกเราถือเจ้าเป็นพี่น้องมานานแล้ว หวังว่าในวันที่เจ้าแปลงกาย พวกเราจะไม่กลายเป็นศัตรูกัน”
สิ้นคำ สายลมทะเลพลันเย็นเยียบขึ้นทันใด ปราณวิญญาณและหมอกไอรอบด้านอ่อนกำลังลง ราวกับกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
ซู่ซ่า...
ต้นกระเรียนวิญญาณห้าธาตุเปล่งแสงเรืองรอง ทั้งยังไหวเอนเองทั้งที่ไร้ลม แผ่ความอ่อนโยนออกมา
“ข้าแค่ล้อเล่น พวกเราเป็นพี่น้องกัน”
เฉินสวินหัวเราะพลางพึมพำกับตนเอง มิติภายในเรือเหาะยักษ์กลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง “หากเพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์อายุยืนขึ้นมาได้จริง บรรพชนเต๋าผู้นี้ไม่มีทางปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่เป็นธรรมแน่”
