ต่อมา มีเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นในทะเลตะวันตก ชายผู้หนึ่งพาสัตว์วิญญาณสองตัวลงเรือลำน้อยออกหาปลาอยู่เป็นนิจ พวกเขาปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ ในทะเลตะวันตก และมักถูกคลื่นซัดจมหายไป
บางครั้งมีเรือลำใหญ่ของหอการค้าแล่นผ่านมา ผู้บำเพ็ญไม่น้อยต่างเบิกตากว้าง มองเรือลำน้อยธรรมดาค่อย ๆ เลือนหายไปในเกลียวคลื่น…
ท้ายที่สุดก็ไม่รู้ว่าคนบนเรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทะเลตะวันตกมิใช่สถานที่ที่ชาวประมงธรรมดาจะมาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรือลำน้อยเช่นนั้น พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าเรือลำนั้นล่องลอยมาถึงที่นี่ได้อย่างไร
หนึ่งปีต่อมา ณ น่านน้ำแห่งหนึ่ง เงาร่างทั้งสามบนเรือลำน้อยส่งเสียงอุทานขึ้น
“เอ๊ะ?!”
“มอ?”
“พี่สวิน เต่าตัวใหญ่นั่นเอง!”
เสี่ยวชื่อหัวเราะลั่น พลางมองอาหารทะเลกองใหญ่บนเรือ “มันบำเพ็ญถึงขั้นสร้างฐานระยะแรกแล้วด้วย”
ตอนนั้นพวกเขายังจดจำกลิ่นอายของเต่าตัวใหญ่ตัวนี้ได้ แม้แต่ตราประทับญาณก็แทบจะประทับไว้แล้ว กลิ่นอายเหมือนเดิมทุกประการ ทะเลตะวันตกนี่ช่างเล็กเสียจริง
เต่าตัวใหญ่หดหัว ซ้ำยังมีน้ำตาใสไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ตาข่ายดำผืนนี้ช่างประหลาดนัก แม้แต่ญาณก็ยังสังเกตไม่พบ ผ่านไปกว่าร้อยปี ไม่นึกว่าจะได้พบดาวร้ายทั้งสามอีกครั้ง
ฟู่! ฟู่!
ลมทะเลพัดโหม เต่าตัวใหญ่พลันรู้สึกว่ากระดองกับใบหน้าราวกับถูกคมมีดเฉือน บัดนี้มันบำเพ็ญถึงขั้นสร้างฐานระยะแรกแล้ว ย่อมถูกผู้บำเพ็ญนำไปใช้ประโยชน์ได้ ชะตาขาดแน่แล้ว
เฉินสวินมองมันด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ปากของมันเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ ดูคล้ายเบ็ดตกปลาขนาดใหญ่ หนังตาปรือ ๆ คู่นั้นสั่นระริก
“เจ้าหนุ่ม พวกเราช่างมีวาสนาต่อกันจริง ๆ ฮ่า ๆ” เฉินสวินหัวเราะพลางหันไปมองวัวดำตัวใหญ่กับเสี่ยวชื่อ “นี่มันช่างบังเอิญนัก!”
“มอ~~” วัวดำตัวใหญ่ยังเอาหัวดุนเต่าตัวใหญ่อีกด้วย จนอีกฝ่ายตกใจรีบหดหัวเข้าไปในกระดอง
“พี่สวิน เต่าตัวนี้มีวาสนากับพวกเรานะ” เสี่ยวชื่อยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเอียงหัวมองหัวที่ซ่อนอยู่ในกระดอง ที่จริงมันก็อยากรู้อยากเห็นสัตว์ทะเลพวกนี้อยู่เหมือนกัน
