หนึ่งเดือนต่อมา ณ หุบเขาบุปผาพิรุณ
หุบเขาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงต้นไม้ไปแล้ว ต้นกระเรียนวิญญาณแต่ละต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า แผ่พลังวิญญาณเข้มข้นออกมา
เฉินสวินนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายกำลังครุ่นคิด
หากต้นกระเรียนวิญญาณที่มีอายุเกินหมื่นปีเติบโตอยู่บนพื้นดิน พลังวิญญาณทั่วทั้งหุบเขาบุปผาคงถูกดูดไปจนหมด
ทว่าพลังวิญญาณที่มันปลดปล่อยออกมากลับฟุ้งกระจายไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับพลังวิญญาณจากยาเทพ ไม่อาจนำมาใช้บำเพ็ญได้เลย
“พลังวิญญาณธาตุไม้ชนิดนี้ดูเหมือนกำลังแปรเปลี่ยน ค่อย ๆ กลายเป็นพลังวิญญาณไร้ธาตุระหว่างฟ้าดิน แต่กระบวนการกลับยืดยาวนัก”
หยวนอิงธาตุไม้ตนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่เหนือศีรษะเฉินสวิน กำลังสัมผัสฟ้าดิน “ต่อให้มีรากวิญญาณธาตุไม้ ก็คงไม่กล้าดูดซับมันโดยพลการ เพราะแตกต่างจากพลังวิญญาณธาตุไม้ระหว่างฟ้าดินโดยสิ้นเชิง”
จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเยาะเบา ๆ หากดูดซับสิ่งนี้เข้าไปมาก ๆ จะกลายเป็นต้นกระเรียนวิญญาณหรือไม่กันนะ…
ขณะนั้นวัวดำตัวใหญ่กำลังอยู่บนพื้นดิน วางค่ายกลล้อมเรือเหาะขนาดเล็กลำหนึ่ง ยุ่งวุ่นวายไม่น้อย
“ต้องอยู่ในบริเวณที่พลังวิญญาณรวมตัวกัน อายุของต้นกระเรียนวิญญาณจึงจะเพิ่มขึ้นได้ตามนั้น และทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเซียนก็มีต้นไม้ชนิดนี้อยู่ทุกหนแห่ง”
หยวนอิงธาตุไม้บนศีรษะเฉินสวินเบิกตากลมโตแววซุกซน ดูคล้ายสนใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง “หากข้าปลูกต้นกระเรียนวิญญาณอายุสูงไว้ทั่วทุกแห่ง…”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเฉินสวินก็เบิกกว้างขึ้นทันใด พวกเขาสามารถทำลายโลกบำเพ็ญเซียนทั้งใบได้โดยไร้สุ้มเสียงอย่างแน่นอน!
ต้นกระเรียนวิญญาณไม่เลือกสภาพแวดล้อมเช่นยาเทพหายากเหล่านั้น ขอเพียงมีพลังวิญญาณก็เติบโตได้ ส่วนพลังวิญญาณที่แปรเปลี่ยนแล้วจะฟื้นคืนกลับมาเมื่อใด คงต้องรอให้พลังวิญญาณฟ้าดินฟื้นฟูอีกไม่รู้กี่ปี
