บวกแต้มปีละนิด จากคนบ้านนอกสู่จ้าวเต๋าแห่งเซียน

บวกแต้มปีละนิด จากหนุ่มบ้านนอกสู่ปฐมาจารย์เซียน

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“ชีวิตอมตะนี่มันช่างเดียวดายดั่งหิมะจริง ๆ”

เด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ คาบหญ้าหางหมาไว้ในปาก มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา สายลมพัดผ่าน แมกไม้เอนไหวไปทั้งผืน

แต่ฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่การถอนหายใจ หากแต่แฝงไว้ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างเห็นได้ชัด

มอ~ มอ~

ข้าง ๆ เขามีวัวดำเขาหักตัวหนึ่งนั่งอยู่ ใช่แล้ว มันไม่ได้ยืน แต่กลับนั่งด้วยขาหลังสองข้าง หลังดำตั้งตรงเป็นสง่า

เด็กหนุ่มชื่อเฉินสวิน เมื่อหนึ่งปีก่อนข้ามภพมาอยู่ที่นี่ โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล ไร้ขอบเขต ยิ่งกว่านั้นยังมีผู้บำเพ็ญเซียนนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนย้ายขุนเขา พลิกผืนสมุทร นั่งอยู่เหนือเมฆหมอก มองลงมายังโลกมนุษย์

แต่ตอนที่เขาข้ามภพมา มีระบบติดตัวมาด้วย ตอนนั้นเฉินสวินรู้สึกขอบคุณจริง ๆ เรื่องราวของตัวเอกในนิยายนับไม่ถ้วนวิ่งผ่านหัวเขา

ทว่า

ระบบของเฉินสวินกลับไม่ใช่ระบบสุดโกงที่ให้ร่างไร้เทียมทาน หรือเคล็ดวิชาไร้พ่ายอะไรแบบนั้น

เขาอายุวัฒนะแล้ว... กฎแห่งฟ้าดินไม่อาจจำกัดอายุขัยของเขาได้อีกต่อไป แต่ทุกปีจะเพิ่มแต้มคุณสมบัติได้เพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น

พลัง, ความเร็ว, การป้องกัน, พลังเวท, พลังปราณสรรพสิ่ง

พลัง, ความเร็ว, การป้องกัน, พลังเวทนี่เขาเข้าใจได้ แต่พลังปราณสรรพสิ่งนั้น เฉินสวินกลับไม่สามารถบรรลุได้เสียที เลยโยนมันไปไว้ก้นกะลา การมีชีวิตอยู่สำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็ใส่ใจดีเหลือเกิน หนทางอายุวัฒนะนั้นยาวไกล ยังแถมสัตว์วิเศษอายุวัฒนะอีกหนึ่งตัวมาเป็นเพื่อนเขา

ถึงจะพูดไม่ได้ แต่ก็ฟังคำเขาออก ทุกปียังบวกแต้มให้มันได้ด้วย โดยไม่ต้องใช้แต้มอายุวัฒนะของตัวเอง

“พวกเราเนี่ย ถึงอายุวัฒนะ แต่ก็ถูกฆ่าได้นะ ต่อไปอยู่กันเงียบ ๆ ดีกว่า”

เฉินสวินถอนหายใจยาว ครึ่งปีก่อนเขากับวัวดำปลูกข้าวไว้แปลงหนึ่งในหมู่บ้านเล็ก ๆ แถมยังเลี้ยงลูกไก่อีกไม่น้อย ที่ไหนได้ในคืนเดือนมืดลมแรงคืนหนึ่ง ไอ้เฒ่าหวังจากหมู่บ้านข้าง ๆ พาคนมาจนเกลี้ยง

ตอนนั้นเฉินสวินรู้เรื่องเข้า ไฟโทสะแล่นพล่าน นี่โลกนี้ยังมีกฎหมายหรือเปล่า! ยังมีกฎหมายอีกไหม!

ลับมีดจนวาววับ เขาหิ้วขวานเล่มหนึ่งพร้อมไอ้วัวดำตัวโตไปที่หมู่บ้านข้าง ๆ เพื่อไปเรียกร้องความเป็นธรรม

ที่ไหนได้ฝั่งตรงข้ามมีคนเยอะกว่าเยอะ เฉินสวินถูกกระทืบยกใหญ่ เขาวัวดำยังถูกหักไปข้างหนึ่ง พวกเขาหนีหัวซุกหัวซุนมารักษาตัวอยู่หลายวัน

มอ!

วัวดำพ่นลมหายใจแรงเฮือกหนึ่งออกทางจมูก ดวงตามีแววเคียดแค้น พวกนั้นช่างเลวร้ายจริง ๆ

เหตุการณ์ครั้งนั้นทิ้งบาดแผลในใจให้กับเฉินสวินไว้ไม่น้อย ส่งผลกระทบยาวไกล

【ติ๊ง! ผู้ครอบครองสามารถบวกแต้มได้แล้ว】

เฉินสวินยิ้มมุมปาก ครบกำหนดหนึ่งปีแล้ว บวกให้ข้า!

เขาไม่ลังเลที่จะบวกแต้มไปที่พลัง ตอนที่ถูกกระทืบ ก็เพราะพลังมันน้อยเกินไป ดันผลักคนที่รุมจับเขาไม่หลุดสักที

“บัดซบ...”

สีหน้าเฉินสวินกลายเป็นสีตับหมู จู่ ๆ พลังก็ไหลทะลักขึ้นมาทั่วร่าง กล้ามแขนปูดเป็นมัด ๆ ระเบิดหมัดลงมาที่พื้น จนวัวดำตกใจสุดขีด กระโดดสองขา

“ชีวิตข้า ข้ากำหนด!”

ตู้ม—

แรงย่อมส่งกลับเท่าเดิม เฉินสวินแขนหัก เลยพาไอ้วัวดำไปพักรักษาตัวหลายวัน

ถือโอกาสบวกแต้มพลังให้มันหนึ่งแต้มด้วย ทว่าภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร วัวดำเห็นสภาพของเฉินสวินแล้ว ก็แค่ลองออกแรงดูเบา ๆ รู้สึกว่าใช้ได้ดีทีเดียว

พวกเขาพักอยู่ในกระท่อมมุงจากของหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หลีกเลี่ยงโลกภายนอก แต่กฎเกณฑ์ของโลกนี้เหมือนถูกจารึกไว้ในกระดูกดำของคน

สามัญชนพบผู้บำเพ็ญเซียนต้องคารวะ ให้ความเคารพ อย่าได้ล่วงเกินเด็ดขาด กระทั่งคนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามซอกหลืบก็รู้กัน

“พี่สวิน”

นอกกระท่อมมีเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น เป็นเจ้าหนูเสี่ยวเฮยแห่งหมู่บ้าน เพราะตอนเกิดผิวคล้ำ เลยตั้งชื่อต่ำ ๆ ไว้

“มีอะไรเหรอ เสี่ยวเฮย” อาการบาดเจ็บของเฉินสวินหายดีแล้ว เขาค่อย ๆ เปิดประตู

“ผู้ใหญ่บ้านให้ข้านำข้าวมาให้ท่าน” เสี่ยวเฮยกอดกระสอบข้าวสารยิ้มซื่อ ๆ แววตาไร้เดียงสา

“ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านแทนข้าด้วย”

เฉินสวินรับมาไว้ในมือ ใจรู้สึกซึ้งใจอย่างยิ่ง เขากับวัวดำหิวจนกินผักป่ามาหลายวัน

ผู้อายุวัฒนะถึงเพียงนี้ ยังเกือบจะอดตายได้ นี่มันเรื่องเหลวไหลที่สุดในใต้หล้า!

เฉินสวินคิดถึงตรงนี้ ใจอดเคียดแค้นขึ้นมาไม่ได้ ผู้ดีล้างแค้น ร้อยปีก็ไม่สาย ปู่ทวดของพวกแก รอให้ข้าขุดสุสานเถอะ

“พี่สวิน ข้าไปก่อนนะ แม่ข้าเรียกข้ากลับไปกินข้าว”

“อืม รีบกลับไปเถอะ”

เฉินสวินยิ้ม มองดูข้าวสารในมือ น้ำตาแห่งความซึ้งใจอดไหลออกจากมุมปากไม่ได้ บนโลกนี้ยังมีคนดีมากกว่าจริง ๆ

มอ!

วัวดำในกระท่อมส่งเสียงร้องอย่างกระวนกระวาย มันไม่ชอบกินหญ้า มันก็ชอบกินข้าวเหมือนกัน

ควันโขมง ข้าวหอมกรุ่นสุกพร้อมแล้ว หนึ่งคนหนึ่งวัวนั่งกับพื้น เริ่มสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย แววตามีความฝันถึงอนาคต

“เฒ่าวัว พวกเราต้องมีชีวิตต่อไปให้ดี ๆ อย่าพลุ่งพล่านทำอะไรบุ่มบ่ามอีก”

เฉินสวินเคี้ยวข้าวในปาก กลืนลงคออย่างเอร็ดอร่อย “โลกนี้กว้างใหญ่ เมื่อพวกเราเจริญรุ่งเรืองแล้ว ข้าจะหาแม่วัวให้เจ้าสักสองสามตัว”

มอ! กูกู

เฒ่าวัวมีแววรังเกียจ ราวกับบอกว่า ตอนนั้นไม่ใช่เจ้าหรือที่คว้าขวานแล้วพุ่งไปที่หมู่บ้านข้าง ๆ

“พวกนั้นคนมาก พวกเราต้องใช้แผนจัดการคนแบบนั้น” เฉินสวินพูดอย่างมีเลศนัย

วัวดำดีใจขึ้นทันตา พลางเบียดเข้าไปใกล้เฉินสวิน

“รอให้พวกมันแก่หง่อมแล้ว ค่อยทุบฟันมันให้หมด ขุดสุสานมันซะ! ไอ้บ้าเอ๊ย กล้ามาหาเรื่องผู้อายุวัฒนะรึ?”

เฉินสวินพูดอย่างองอาจ แววตาเฉียบคม ผึ่งผายยิ่ง

มอ! มอ!

วัวดำตาโตราวลูกถ้วยทองแดงฉายแววเจิดจ้า ผงกหัวไม่หยุด ดีเลย ๆ

“ทำไมมีกลิ่นไหม้?”

เฉินสวินสูดจมูก แล้วหันไปมองในครัว ตาโตด้วยความตกใจ “กระท่อมของเรา!!”

มอ~~ วัวดำก็ส่งเสียงตกใจ

“ไฟไหม้!”

“บ้านเฉินสวินไฟไหม้! ไปดับไฟเร็ว!”

……

หนึ่งชั่วยามต่อมา เปลวเพลิงค่อย ๆ มอดลง กระท่อมทั้งหลังใกล้จะถูกเผาจนหมด หนึ่งคนหนึ่งวัวไร้แววตา นั่งคุกเข่าอยู่หน้ากระท่อม ไร้ซึ่งความอาลัยในชีวิต

เฉินสวินคนนี้เดิมเป็นเด็กกำพร้าในหมู่บ้าน ต้องประสบเคราะห์ซ้ำกรรมซัด น่าสงสารเหลือเกิน ชาวบ้านต่างปลอบโยนกันคนละคำสองคำแล้วแยกย้าย

“จบแล้ว บ้านพัง”

เฉินสวินพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาเองก็สร้างบ้านไม่เป็น นี่มันบ้านรั่วฝนตกไม่หยุด ชีวิตคนมันก็น่าเวทนาอยู่แล้ว

แต่ว่าสวรรค์ไม่เคยปิดทางทุกเส้น วัวดำใช้วิธีสำรอกกลับเอาเมล็ดข้าวเก็บรักษาไว้ ยังพอให้พวกเขาประทังต่อไปอีกหลายวัน

“เฒ่าวัว ข้ามองไปทางลาดเขาด้านตะวันออกมีถ้ำอยู่หลายแห่ง เอ้อ พวกเราไปอยู่ที่นั่นเถอะ”

เฉินสวินส่ายหัวอย่างห่อเหี่ยว คงต้องหัดเรียนรู้ฝีมือต่าง ๆ ในหมู่บ้านบ้างแล้ว ตอนก่อนเอาแต่ทำนา ตอนนี้ไม่เป็นอะไรสักอย่าง

มอ! วัวดำกลับไม่คิดอะไร เฉินสวินไปไหน ที่นั่นก็คือบ้านของมัน

นอกหมู่บ้านเล็ก ๆ บนหลังวัวดำมัดฟางแห้งไว้ไม่น้อย เฉินสวินก็เก็บฟืนแห้งมาไว้ในถ้ำ พักอยู่ที่นี่ชั่วคราว

ปีต่อมา เฉินสวินไปฝึกเป็นเด็กฝึกงานกับช่างไม้ในหมู่บ้าน วัวดำก็ช่วยขนของ ชาวบ้านต่างบอกว่ามันมีจิตวิญญาณ อย่าให้เฉินสวินฆ่ากินเสีย

เฉินสวินฟังแล้วหัวเราะเยาะ ต่อให้เฉินสวินต้องอดตาย หรือโดดจากเนินเขาไป เขาก็ไม่มีทางทำเรื่องทรยศเพื่อนเด็ดขาด

“หอมจริง”

เฉินสวินยิ้มพลางเคี้ยวเนื้อวัวคำโตอย่างเอร็ดอร่อย ช่วงสิ้นปีเพื่อความรื่นเริง ชาวบ้านฆ่าวัวไปหลายตัว เลี้ยงฉลองให้ทุกคนในหมู่บ้าน

เรื่องดีแบบนี้เขาย่อมไม่พลาดอยู่แล้ว เพียงแต่วัวดำเห็นแล้วรูม่านตาหดเกร็ง จนเนื้อวัวหลายชิ้นที่เฉินสวินยื่นให้มันไม่กล้ากลืนลงคอ

หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุด อาหารย่อมเสียของไม่ได้ ของที่คนอื่นไม่กิน เขากับวัวดำเก็บห่อกลับมาด้วย การใช้ชีวิตต้องรู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด

ภายในถ้ำ วัวดำกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเฉินสวินก็จัดการเนื้อวัวที่มันไม่กินจนหมด

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com