“หึ ๆ พวกเราสามคนจะไปเมืองชางอู๋ ต้องใช้หินวิญญาณเท่าไร?”
“หกพันก้อนขอรับ”
ชายวัยกลางคนตอบอย่างเด็ดขาด เขาไม่รู้ว่าเหตุใดผู้อาวุโสท่านนี้จึงไม่ใช้ถุงใส่สัตว์วิญญาณ เพราะสัตว์วิญญาณทั้งสองตัวนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สัตว์วิญญาณขนาดใหญ่ที่ใช้ขนส่งสินค้า
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโส เขาไม่กล้าพูดมาก ทำได้เพียงจัดการตามกฎเท่านั้น
มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?!
หัวใจของพวกเขาพลันหนักอึ้ง ส่วนเสี่ยวชื่อไม่รู้เรื่องหินวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ทว่ามันก็ไม่เคยเห็นหินวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน
“สหายน้อย ลดเหลือสี่พันก้อนได้หรือไม่?”
“ขอเรียนตามตรง ราคานี้เป็นราคาที่หอการค้าหลิงซูกำหนด ผู้น้อยไม่มีอำนาจตัดสินใจขอรับ”
ชายวัยกลางคนเหงื่อแตกพลั่ก ในใจอดบ่นไม่ได้ว่า ไหนเลยจะมีคนต่อรองราคาค่ายกลเคลื่อนย้ายกัน “ขอผู้อาวุโสโปรดอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยขอรับ”
“แน่นอน” เฉินสวินขมวดคิ้ว ก่อนส่งหินวิญญาณระดับล่างให้เขาใส่แหวนเก็บของ
“ผู้อาวุโส เชิญขอรับ”
“ได้”
เฉินสวินพยักหน้า วัวดำตัวใหญ่จ้องค่ายกลเคลื่อนย้ายใต้เท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูท่าจะต้องใช้วัสดุพิเศษบางอย่าง ส่วนเสี่ยวชื่อมีเหงื่อซึมตรงหน้าผากเล็กน้อย ค่ายกลเคลื่อนย้ายปลอดภัยหรือไม่หนอ
ชายวัยกลางคนประสานมือ รีบขยับนิ้วร่ายเคล็ดวิชา ค่ายกลเคลื่อนย้ายพลันเปล่งแสงเจิดจ้าอย่างรุนแรง ชั่วพริบตา เงาร่างทั้งสามก็หายวับไปจากที่นั่น
……
เมืองชางอู๋เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในแคว้นหั่วหยวน มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแคว้น เคยมีผู้บำเพ็ญตบะสูงส่งปรากฏตัวมาแล้วไม่น้อย ภายในเมืองเสียงอึกทึกดังสะเทือนฟ้า อีกทั้งยังมีการประมูลครั้งใหญ่จัดขึ้นอยู่เนือง ๆ
สุดสายตาล้วนเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญ เพียงรอบเมืองชางอู๋ก็มีเขตลับใหญ่หลายแห่งแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทั่วทั้งแคว้นหั่วหยวน ซึ่งมักมีเขตลับโบราณผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่เสมอ
ทรัพยากรบำเพ็ญเซียนของแคว้นต้าหลีอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินกว้างใหญ่ไพศาล แม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับล่างก็ยังมีโอกาสก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญเซียน หนทางเบื้องบนและเบื้องล่างไม่เคยถูกตัดขาด
