เดิมเกาหลิงตั้งใจจะสารภาพทุกอย่างทั้งหมด
ทว่าคำพูดเพิ่งจะหลุดออกมา เกาฉางเหวินก็ลูบศีรษะนางพลางขัดจังหวะถ้อยคำที่เหลือ
เกาฉางเหวินหัวเราะลั่น “หลิงเอ๋อร์ แค่วางยาไก่ตัวผู้ตัวหนึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรได้?”
“มีอะไรต้องรู้สึกผิดด้วย?”
“ถึงทั้งลานจะมีมูลไก่เต็มไปหมด ก็แค่ให้บ่าวในจวนช่วยกันเก็บกวาดเสียหน่อย อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่ได้เอายาถ่ายของข้าไปให้คนกินนี่ หากไม่อย่างนั้น…”
เกาฉางเหวินจงใจเว้นจังหวะเมื่อกล่าวจบ
พลันทำให้เกาหลิงลนลานขึ้นมาทันที
“ท่านพี่รอง ถ้าหลิงเอ๋อร์เอายาถ่ายของท่านพี่รองไปให้คนกินจริง ๆ จะเป็นเช่นไร?”
เกาฉางเหวินหัวเราะหึ ๆ อย่างมีเลศนัย “นั่นก็ต้องดูว่าเป็นราชาพุ่งแรง หรือราชาพุ่งแรงรุ่นระเบิดกระจุย!”
“สองอย่างนี้ต่างกันมาก!”
“ถ้าเป็นราชาพุ่งแรงรุ่นระเบิดกระจุยเล่า?” เกาหลิงถาม
“นั่นก็ย่ำแย่แล้วสิ!”
“ราชาพุ่งแรงธรรมดานั้นแค่ออกฤทธิ์ไวฤทธิ์ยาแรง แต่ด้วยขีดจำกัดความอดทนของคนเรายังพอจะกลั้นได้ชั่วขณะหนึ่ง”
“ชั่วขณะนั้นพอจะหาส้วมได้ไม่ยาก”
“แต่ราชาพุ่งแรงรุ่นระเบิดกระจุยนี้ เป็นผลงานสุดยอดที่พี่รองบรรจงสร้างขึ้นจากองค์ความรู้ทั้งหมดเพื่อใช้แกล้งคนให้ถึงที่สุด เมื่อกินยานี้เข้าไป ในตอนแรกจะไม่รู้สึกอะไรเลยเป็นปกติ ทว่าหลังผ่านไปหลายชั่วยาม เมื่อออกฤทธิ์ขึ้นมา บอกเลยว่าสะใจแน่!”
“ยานี้พอออกฤทธิ์ ภายในไม่กี่ลมหายใจก็ยากจะควบคุม ไม่ใช่ว่าอยากกลั้นก็กลั้นได้ แถมยังพุ่งจี๊ดรุนแรงนัก ฤทธิ์ยาต่อเนื่องยาวนานอีกด้วย!”
“จ๊าก แม้แต่คนที่ไม่เคยท้องเดินมาทั้งปี เมื่อได้กินยานี้เข้าไป ก็จะประหนึ่งภูเขาไฟปะทุ พรั่งพรูลงอย่างบ้าคลั่ง!”
