ชั่วพริบตา ร่างทั้งสองก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือดอีกครั้งกลางป่า
พลังกระบี่คมกริบหลายสายตัดสลับกัน พัดกระหน่ำไปทั่วผืนป่า ต้นไม้โบราณสูงตระหง่านนับไม่ถ้วนหักโค่นลงตามแรงปะทะ ฉากการต่อสู้นี้ดุเดือดยิ่งกว่าตอนปะทะกับวานรยักษ์กลืนฟ้าเสียอีก
เพียงพริบตาเดียว ทั้งสองฝ่ายก็ประมือกันไปแล้วหลายสิบกระบวนท่า
เนื่องจากต่างก็มีบาดแผลติดตัว ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ
ระดับขั้นของหญิงสาวชุดขาวถึงขั้นสองของขอบเขตแปรวิญญาณอย่างชัดเจน ทว่าเพราะได้รับบาดเจ็บจากวานรยักษ์กลืนฟ้าก่อนหน้านี้ บาดแผลของนางจึงหนักกว่าหลินเป่ยเฉินมาก จึงไม่อาจเอาชนะเขาได้เสียที
ส่วนหลินเป่ยเฉินเพิ่งต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกกับวานรยักษ์กลืนฟ้ามาหมาด ๆ พลังวิญญาณในร่างจึงร่อยหรอไปมาก ทั้งยังมีบาดแผลไม่น้อย การจะคว้าชัยย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
ศึกครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและโหดร้ายที่สุด นับตั้งแต่หลินเป่ยเฉินทะลุมิติมา
แทบทุกกระบวนท่าของทั้งคู่ล้วนเดิมพันด้วยชีวิต ท่ามกลางแสงกระบี่ที่ตัดสลับ เลือดสาดกระเซ็นไม่ขาดสาย ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม
การต่อสู้อันดุเดือดถึงขีดสุดได้สูบเรี่ยวแรงของทั้งสองจนหมดสิ้น
ทั้งหลินเป่ยเฉินและหญิงสาวชุดขาวต่างเหนื่อยหอบ เสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แม้แต่การยกมือแต่ละครั้งก็หนักอึ้งเป็นพิเศษ
ในจังหวะนั้นเอง หลินเป่ยเฉินฉวยช่วงที่หญิงสาวหมดแรงเก่าและแรงใหม่ยังไม่ทันก่อตัว พุ่งเข้าประชิดอย่างฉับพลัน แล้วซัดฝ่ามือพร้อมสายลมคมกริบเข้าใส่หน้าอกของนางอย่างหนักหน่วง
หญิงสาวตอบสนองได้รวดเร็วเช่นกัน อาศัยแรงถอยหลังเตะเข้าใส่ท้องน้อยของหลินเป่ยเฉิน หมายแลกให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บสาหัส
“ปัง ปัง!”
เสียงทึบหนักสองเสียงดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
หลินเป่ยเฉินรู้สึกปวดแปลบที่ท้องน้อย ร่างปลิวกระเด็นออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่เต็มแรง รสหวานคาวพุ่งขึ้นคอ เขาเกือบกระอักเลือดออกมา
