“เขายังกล่าวอีกว่า ทรัพย์สินของจวนโหวในภายหน้าล้วนเป็นของเขา!”
เด็กหญิงตัวน้อยชี้ไปยังซุนฉีเซวียนที่ปิดหน้าหลบอยู่ด้านหลังจางเจินอิ๋ง
นางโกรธจนแทบระเบิด กล้าดีอย่างไรมาคิดหมายเงินของนาง
ทำให้เขาฟันหลุดไปซี่หนึ่ง นับว่าปรานีเขาแล้ว!
“เห็นชัด ๆ ว่าทั้งหมดเป็นของข้า!”
อวิ๋นมู่ชิง “...”
ทว่าในใจกลับพลุ่งพล่านด้วยโทสะดุจคลื่นยักษ์
“ถังถังอย่าโกรธเลย เงินของจวนโหวย่อมเป็นของเจ้าอยู่แล้ว”
ครานี้ไม่เพียงเขาเท่านั้น แม้แต่หวังเฉิงก็ยังถลึงตามองจางเจินอิ๋งอย่างดุดัน
“ฮูหยินซุน บุตรชายของท่านใส่ร้ายชื่อเสียงท่านโหวของข้าเช่นนี้หรือ?”
“ข้าไม่ยักรู้ว่าตนเองมีบุตรชายอีกคน”
สีหน้าจางเจินอิ๋งแปรเปลี่ยน
นางเป็นพี่สะใภ้ของซุนจิ้งอี๋ หลายปีมานี้จึงเข้ามาเยี่ยมเยียนจวนโหวอยู่บ่อยครั้ง
ตระกูลซุนเทียบจวนโหวไม่ได้ ต่อให้จวนโหวสุยหยางตกต่ำในยามนี้ ก็ยังมิใช่สิ่งที่พวกเขาจะเทียบเคียงได้
อวิ๋นมู่เหิงเป็นเพียงคนตายทั้งเป็น ซุนจิ้งอี๋ก็ไม่มีทางมีบุตรของตนเอง นางจึงคิดหาหนทางยกเซวียนเอ๋อร์ให้เป็นบุตรบุญธรรม
เช่นนั้นบรรดาศักดิ์ของจวนโหวก็มิใช่จะตกเป็นของเซวียนเอ๋อร์หรือ?
ด้วยเหตุนี้ นางจึงถือว่าจวนโหวเป็นของตนมานานแล้ว
ใครจะคิดว่าเมื่อสองวันก่อนจะเกิดเรื่องเปลี่ยนแปลง
โหวสุยหยางมีปากเสียงกับฝ่าบาทจนแยกย้ายกันอย่างไม่ราบรื่น เพียงเพราะเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง
เช่นนั้นตัวตนของเด็กหญิงผู้นี้...มิใช่เดาได้ไม่ยากหรือ?
แต่ฝ่าบาททรงกริ้วถึงเพียงนั้น ย่อมเป็นเพราะเด็กน้อยผู้นี้มิใช่บุตรขององค์หญิงใหญ่
โหวสุยหยางทรยศองค์หญิงใหญ่
