คำพูดที่เขาด่าหรงจือจือเมื่อครู่ ถูกส่งคืนกลับไปโดยไม่ขาดตกแม้แต่คำเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น เขาอัดอั้นจนแทบขาดใจ ทั้งยังไม่มีหน้าจะโต้แย้งสิ่งใด ได้แต่กลั้นจนใบหน้าที่แดงก่ำอยู่แล้วกลายเป็นเขียวคล้ำ
หวังซื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ เอ่ยว่า “หรงจือจือ เรื่องยังไม่กระจ่างชัดด้วยซ้ำ เหตุใดเจ้าถึงกล่าวหาเชื่อเจ๋อส่งเดชเช่นนี้?”
หรงจือจือเลียนแบบคำพูดที่หวังซื่อใช้ตำหนินางเมื่อครู่ “ถ้าไม่ใช่เชื่อเจ๋อแล้วจะเป็นผู้ใดได้ หรือว่าเจียวเจียวจะทำร้ายตัวเอง เพียงเพื่อใส่ร้ายเชื่อเจ๋ออย่างนั้นหรือ?”
“น้องชายรอง น่าสงสารน้องสามที่เห็นเจ้าเป็นพี่ชายแสนดีมาโดยตลอด ทั้งยังเคารพนบนอบเจ้า ใครจะคิดว่าเจ้ากลับฉวยโอกาสจากความไว้ใจของนาง ลอบวางยาไว้บนเสื้อผ้าเพื่อทำร้ายนาง เจ้าช่างอำมหิตนัก!”
หวังซื่อได้ยินหรงจือจือเลียนแบบตนก็โกรธจัด ชี้หน้านางพลางเอ่ยว่า “เจ้า เจ้า เจ้า...”
เอ่ยคำว่า “เจ้า” อยู่ครึ่งค่อนวัน ก็พูดอะไรต่อไม่ออก
ใบหน้าของหรงเจียวเจียวซีดเผือด ลูกตากลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ครุ่นคิดว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร
หรงจือจือจ้องนางแล้วเอ่ยว่า “น้องสาม กระโปรงตัวนั้นพี่รองเป็นคนนำไปให้ ทั้งยังเป็นพี่รองที่สั่งให้คนออกไปซื้อ เจ้าลองพูดมาสิว่า ผู้ที่คิดทำร้ายเจ้าคือใคร?”
“อย่างไรก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด หรือเจ้าจะลองทำตามที่เมื่อครู่เจ้าพูดเกลี้ยกล่อมข้าบ้าง ไปเกลี้ยกล่อมพี่รองของเจ้าดู ขอเพียงเขาขอโทษเจ้าอย่างจริงใจ เจ้าก็ช่วยขอร้องท่านพ่อให้เขา!”
หรงเจียวเจียวรู้สึกกลัดกลุ้มใจอย่างยิ่ง
เพราะนางสังเกตเห็นว่า หลังจากหรงจือจือพูดจบ สายตาที่พี่รองมองนางก็ยิ่งไม่เป็นมิตรมากขึ้น
