หรงจือจือเลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ ไม่คิดเลยว่าบิดาบุญธรรมพึ่งมาได้เพียงเท่านี้ ยานั่นก็ถูกพวกมันจ้องเอาไว้เสียแล้ว
ยู่เล่อเห็นหรงจือจือไม่มีทีท่าใดก็เร่งเสียงขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ ท่านยังต้องรีบหน่อย ทางฝั่งคุณชายรองกับคุณหนูสามยังคอยอยู่”
“สักครู่ถ้าคุณชายรองรอจนหมอใจไปแล้ว ยิ่งจะรังเกียจคุณหนูผู้เป็นพี่สาวของเขา อย่าว่ากล่าวทาสไม่ได้เตือนเจ้าเลย”
หรงจือจือฟังแล้วหัวเราะเยาะเบา ๆ “พูดจบหรือยัง”
ยู่เล่อมองใบหน้าหรงจือจือก็ไม่เห็นแววตกใจแม้แต่น้อย จึงรู้สึกฉงน “คุณหนูใหญ่ ถ้อยคำของทาส คุณหนูไม่ได้ยินชัดหรือ”
หรงจือจือว่า “ได้ยินชัดแล้ว กลับไปบอกนายของเจ้า ยานั้นบิดาบุญธรรมให้ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจจะนำไปแบ่งกับพวกเขา”
ยู่เล่ออึ้งไปชั่วครู่ กล่าวด้วยสีหน้าเชื่อไม่ลง “คุณหนูใหญ่ ทรงจริงใจหรือ คุณชายรองไม่เคยสนใจสิ่งใดของคุณหนูมานานนัก ครั้งนี้ท่านเพียงหายากที่เปิดปากขอเอง คุณหนูจะไม่หยิบโอกาสนี้เอาไว้เช่นนั้นหรือ”
คราก่อนที่ขอเสื้อผ้าปีกผีเสื้อก็เพื่อขอแทนคุณหนูสาม ครั้งนี้เป็นครั้งที่คุณชายรองขอเพื่อตนเองแท้ ๆ คุณหนูใหญ่จะทำท่าทีเช่นนี้ได้เช่นไร
หรงจือจือไม่เข้าใจเลยว่าท่าทีเหยียบหยันของยู่เล่อนั้นมาจากไหน
โอ้ หรืออาจเป็นเพราะสมัยก่อนนางดีกับน้องชายคนนี้เกินไป เกินจนทั้งหรงเชื่อเจ๋อเอง ทั้งบ่าวใกล้ตัวของเขา ล้วนหลงทางหมดสติ คิดว่านางต้องประจบเอาใจหรงเชื่อเจ๋อไปตลอดชีวิต
นางกล่าวเสียงเรียบว่า “ใช่แล้ว โอกาสนี้ผู้ใดอยากได้ เจ้าก็บอกให้หรงเชื่อเจ๋อมอบให้ผู้นั้นได้ตามสบาย ข้าไม่จำเป็นต้องใช้”
