ความเจ็บปวดเช่นนี้ทำให้ฉินซื่อค่อย ๆ นึกขึ้นได้ว่า ตอนแรกที่นางเริ่มรู้สึกปวดศีรษะ นอกจากจะรู้สึกราวกับมีคนจากภายนอกทุบศีรษะอย่างแรงแล้ว ยังรู้สึกเหมือนมีพลั่วเล่มหนึ่งกำลังกวนอยู่ในสมองของนางไปพร้อมกันด้วย
ตลอดสามปีที่ผ่านมา หรงจือจือนวดและฝังเข็มให้นางแทบทุกวัน ความเจ็บปวดภายในจึงค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดภายนอก
แต่วันนี้เมื่อหรงจือจือกดเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกไปเองหรือไม่ นางกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันคุ้นเคยในอดีต ราวกับมีบางสิ่งกำลังกวนสมองอยู่ ความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้งแล้ว
ความเจ็บปวดทั้งภายในและภายนอกถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทำให้นางทรมานอย่างยิ่ง
หรงจือจือแสร้งทำเป็นฉงน “ไม่ใช่กระมัง เหตุใดจึงปวดหนักขึ้นเล่า ก่อนหน้านี้ข้าก็กดให้มารดาสามีเช่นนี้มิใช่หรือ”
แน่นอนว่าย่อมปวดหนักขึ้น เพราะวิธีการกดของนางกำลังค่อย ๆ ช่วยให้ความเจ็บปวดในอดีตของฉินซื่อหวนคืนมา
ความรู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังกวนอยู่ในสมองนั้น หรงจือจือใช้เวลาถึงสามปีจึงรักษาฉินซื่อจนหาย แต่หากต้องการทำให้อาการกำเริบขึ้นมาอีก เพียงลงมือสามวันก็เพียงพอแล้ว นี่แหละคือเหตุผลที่ว่า โรคมาเร็วประหนึ่งภูเขาถล่ม แต่โรคหายช้าประหนึ่งสาวเส้นไหม
ฉินซื่ออดทนอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พบว่าตนทนไม่ไหวจริง ๆ
นางหันขวับแล้วตบมือหรงจือจืออย่างแรง กล่าวด้วยความขุ่นเคืองว่า “ไม่ต้องให้เจ้ากดแล้ว เจ้าไม่ได้คิดจะช่วยรักษาข้าเสียหน่อย เห็นชัด ๆ ว่าอยากทำให้ข้าตาย!”
หรงจือจือชักมือกลับอย่างไม่รีบร้อน กล่าวเสียงเรียบว่า “มารดาสามีคิดมากไปแล้ว อาการปวดศีรษะของมารดาสามีรุนแรงกว่าแต่ก่อน จึงบรรเทาได้ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน หากมารดาสามีเชื่อใจสะใภ้ ก็โปรดให้เวลาสะใภ้สามวัน สะใภ้จะลองพยายามอีกครั้ง”
