ท่านราชครูหรงได้ยินถึงตรงนี้ ยังไม่ทันให้เสิ่นเยี่ยนซูได้เอ่ยปาก ก็หน้าเขียวคล้ำกล่าวว่า “อุดปากนางเสีย! เพิ่มโทษโบยอีกยี่สิบไม้ ตีให้หนักหน่อย ไม่ต้องปรานี!”
เขากลัวว่าหากพูดช้ากว่านี้ เสิ่นเยี่ยนซูจะถอนลิ้นหรงเจียวเจียวเจ้าคนโง่นั่นออกมาจริง ๆ!
เห็นท่านราชครูหรงตอบสนองรวดเร็วถึงเพียงนี้ สีหน้าเสิ่นเยี่ยนซูก็หม่นลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรต่อ หากไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย หลังจากตนจากไปแล้ว ท่านราชครูหรงคงหันไปหาเรื่องหรงจือจือ
เขาจึงเพียงแค่นเสียงเย็นชา แล้วเอ่ยว่า “บิดาเขย วันหน้าหากท่านดูแลคุณหนูสามไม่ไหวจริง ๆ ก็เชิญเปิ่นเซี่ยงลงมือแทนได้”
ท่านราชครูหรงรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง เรื่องในบ้านตนเอง จะยินดีให้เสิ่นเยี่ยนซูเข้ามายุ่งได้อย่างไร ถึงอย่างไรลูกเขยก็ไม่ใช่คนสกุลหรง
แต่หรงเจียวเจียวช่างไม่ได้เรื่อง เขาจึงได้แต่กล่าวว่า “นางจะปรับปรุงตัวให้ดี ไท่ฟู่จะจับตาดูนางให้ดีแน่นอน!”
เสิ่นเยี่ยนซูพยักหน้า แล้วเดินไปสวนดอกไม้พร้อมกับหรงจือจือ
ทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นไม้
หรงจือจือถามว่า “สมุหใหญ่มีเรื่องใดจะพูดกับข้าหรือ”
เสิ่นเยี่ยนซูมองนางนิ่ง ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “เรื่องท่านแม่ เป็นความผิดของเปิ่นเซี่ยง”
วันนี้นางแสดงท่าทีว่าไม่คิดเอาความ ทั้งยังไม่ได้เรียกร้องให้ท่านแม่ขอโทษ แต่เขาไม่อาจทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
หรงจือจือพยักหน้า “อืม ข้าก็คิดว่าสมุหใหญ่ผิดอย่างยิ่ง”
เสิ่นเยี่ยนซูเอ่ยว่า “แล้ว...เหตุใด...”
เหตุใดนางยังตกลงเรื่องสมรสอยู่เล่า?
เขาถามไปได้ครึ่งหนึ่งก็ชะงัก ไม่กล้าเอ่ยคำถามที่เหลือออกมา มือที่กำใบเทียบดวงไว้ในแขนเสื้อพลันกำแน่นขึ้น
