คำพูดเหลวไหลพรรค์นั้น หรงเชื่อเจ๋อพูดออกมาได้อย่างไรกัน?
ยังไม่ทันได้เข้าประตูจวน ก็จะให้น้องสาวของเขาก้มหัวอ่อนน้อมต่อหน้าหรงเจียวเจียวแล้ว หากภายหน้าได้เข้าจวนไปจริง ๆ จะยังเหลืออะไรอีก?
มิใช่ว่าต้องเหยียบย่ำเสี่ยวเซียวอยู่ใต้เท้าหรอกหรือ!
เห็นเขาหุนหันเช่นนี้ ท่านอวิ๋นรีบห้ามปราม “ไม่ได้! อย่างไรหรงเชื่อเจ๋อก็เป็นบุตรของท่านราชครูหรง ไม่ควรลงมือทำร้ายเขา”
“อีกอย่าง หากตอนนี้เจ้าไปถึงจวนแล้วทุบตีเขาจริง เรื่องคงบานปลายจนคนทั้งใต้หล้ารู้ว่าน้องสาวของเจ้าหมั้นหมายกับเขาแล้ว!”
พวกเขายังคงต้องการยกเลิกการหมั้นหมายอย่างเงียบเชียบ ทำราวกับไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อน
บุตรชายใหญ่แห่งสกุลอวิ๋นจึงพอจะสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง
อวิ๋นเสี่ยวเซียวขบฟัน สีหน้าไม่น่ามองพลางกล่าวว่า “เขาก็ไม่รู้จักดูเสียบ้างว่าหรงเจียวเจียวพูดจาโง่เขลาอะไรไว้ที่จวนสกุลหลี่ หากข้าออกไปช่วยพูดแทนนาง ชื่อเสียงของสกุลอวิ๋นเราก็พังพินาศไปด้วย”
“ที่ข้าไม่ได้ร่วมประณามหรงเจียวเจียว ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าข้าดูแคลนสตรีเช่นนาง ก็ถือว่าเห็นแก่การหมั้นหมายครั้งนี้มากแล้ว!”
สวรรค์รู้ดีว่าในตอนนั้นนางอยากออกไปเหยียบหรงเจียวเจียวสักทีเพียงใด ไม่ใช่เพื่อประจบหรงจือจือ หากเพียงเพราะดูแคลนคนอย่างหรงเจียวเจียวเท่านั้น
พี่น้องชายทั้งหลายแห่งสกุลอวิ๋นต่างพากันกล่าวว่า
“ท่านพ่อ การแต่งงานครั้งนี้ยกเลิกไปเถิด! พวกเรามีน้องสาวเพียงคนเดียว จะส่งนางไปทนทุกข์ที่สกุลหรงไม่ได้!”
“ใช่แล้วท่านพ่อ การแต่งงานกับตระกูลสูงศักดิ์ย่อมเป็นเรื่องดี แต่คู่ครองกลับเลอะเลือนถึงเพียงนี้ แล้วจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร?”
“ท่านพ่อ ลูกก็เห็นเช่นนั้น บัดนี้พวกเราต่างมีตำแหน่งหน้าที่ในราชสำนัก แม้ขั้นยศจะยังไม่สูง แต่ใครบ้างไม่รู้ว่าอนาคตของสกุลอวิ๋นเรายังอีกยาวไกล? ไม่มีเหตุผลให้ต้องให้น้องสาวฝืนใจเลย”
