จาวซีตะลึงไปชั่วขณะ แล้วถามขึ้นว่า “ใช่เด็กสาวนามเซี่ยอวี่ ที่คุณหนูให้ความช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้งหรือไม่”
แม่นมอวี้รับคำ “ใช่แล้ว คือนางนั่นแหละ”
จาวซีเบ้ปาก “ไม่แน่ว่าอาจมีเรื่องอันใด มาขอให้คุณหนูของพวกเราช่วยเหลืออีกกระมัง คุณหนูจัดการเรื่องหย่ากับสกุลฉีเรียบร้อยแล้ว กำลังจะจากไปแล้วนะ!”
มิใช่นางใจดำไม่ยอมช่วยเหลือผู้อื่น เพียงแต่ไม่ว่าจะเอ่ยอย่างไร เหนียงเซี่ยอวี่ก็เป็นคนรับใช้ประจำตระกูลของสกุลฉี ทั้งยังเป็นคนสนิทของฉีอวี่เยียนอีก
แค่คิดจะช่วยนางอีก ก็รู้สึกเป็นลางร้ายเสียแล้ว
หรงจือจือวางของในมือลง กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ให้นางเข้ามาเถิด ฟังดูว่านางมีอันใดจะพูด”
ยังไม่จำเป็นต้องด่วนคิดว่า อีกฝ่ายจะมาร้องขอสิ่งใด
แม่นมอวี้รับคำ “เจ้าค่ะ บ่าวจะพานางเข้ามาเดี๋ยวนี้!”
ไม่นานนัก เซี่ยอวี่ก็เข้ามาในเรือน
มาถึงตรงหน้าหรงจือจือ นางก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าเสียงดังตุบ “ฮูหยินซื่อจื่อ การที่บ่าวมาขอเข้าพบโดยมิได้นัดหมายเช่นนี้ ขอท่านอย่าได้ถือโทษเลย อย่าให้คุณหนูของบ่าวทราบเป็นดีที่สุด”
จาวซีกล่าว “ก่อนหน้านี้ตอนเจ้ามาขอเข้าพบ ฝ่ายคุณหนูของพวกเราเคยให้ฉีอวี่เยียนล่วงรู้เมื่อใดกัน หากเจ้าเกรงกลัว ก็อย่ามาแต่แรกเถิด!”
หรงจือจือปรายตามองนาง “ซีซี!”
ได้ยินน้ำเสียงเตือนของนายสาว จาวซีก็เบ้ปากแต่โดยดี
หรงจือจือจึงหันไปกล่าวกับเซี่ยอวี่ว่า “ข้ากับซื่อจื่อของพวกเจ้าได้ลงนามในหนังสือหย่าเรียบร้อยแล้ว ข้ามิใช่ฮูหยินซื่อจื่อของพวกเจ้าอีก เจ้ามีธุระอันใดก็กล่าวมาเถิด!”
เซี่ยอวี่ลังเลครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็เอ่ยว่า “คุณหนูใหญ่สกุลหรง มีเรื่องหนึ่ง บ่าวไม่ทราบว่าควรบอกเล่าหรือไม่”
