จาวซีเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง “ทำร้ายนางก็ทำร้ายไปสิ! นางเป็นเพียงองค์หญิงแห่งแคว้นล่มสลาย แคว้นต้าฉีของเราไม่สังหารนาง ก็นับว่าเมตตาแล้ว”
“นางยังคิดจะโค่นล้มแคว้นต้าฉีอีก ศีรษะสิบหัวก็ไม่พอให้ตัด!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วทำให้นางแท้งลูกจะเป็นไรไป? หรือข้างนอกยังมีคนตาบอดยืนอยู่ข้างนางอีก?”
แม่นมอวี้กล่าวว่า “ความคิดของพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนี้...”
จาวซีถาม “แล้วเป็นเช่นไร?”
นางเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า อวี้มั่นฮว่าแท้งลูกอยู่ในคุกแท้ ๆ ยังโยนความผิดมาให้คุณหนูของพวกนางได้ คุณหนูของพวกนางช่างโชคร้ายเหลือเกิน!
หรงจือจือเอ่ยเสียงเรียบว่า “พวกเขาคงคิดว่า ข้ากับฉีจื่อฟู่หย่าขาดกันแล้ว แต่ข้ายังไม่อาจทนเห็นลูกในท้องของภรรยารองได้ เช่นนี้คำว่า ‘ริษยา’ ก็จะถูกตอกตรึงไว้บนตัวข้า”
จาวซีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “คุณหนู ชาติก่อนท่านคงขุดสุสานบรรพบุรุษของอวี้มั่นฮว่า จนบรรพบุรุษสิบแปดชั่วคนของนางตากแห้งเป็นมัมมี่กระมัง ชาตินี้นางถึงได้กัดท่านไม่ปล่อยราวกับสุนัขบ้า”
หรงจือจือกลับไม่ได้กังวลเช่นนั้น “ตอนนั้นอวี้มั่นฮว่าอยู่ในห้องขัง มีประตูคุกกั้นระหว่างนางกับข้า ข้าไม่มีทางลงมือกับนางได้”
“เพราะฉะนั้นนางย่อมไม่กล่าวว่าข้าเป็นคนผลักนาง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็จะกล่าวเพียงว่าข้าใช้ยาทำร้ายนาง ใช่หรือไม่?”
แม่นมอวี้รีบกล่าวว่า “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ คดีไต่สวนยังไม่สิ้นสุด นางยังตายไม่ได้ หลงหังซือให้หมอไปตรวจนางแล้ว สุดท้ายหมอบอกว่าเป็นเพราะได้รับพิษจากยา คาดว่าเป็นสมุนไพรแดง”
หรงจือจือกล่าวว่า “เช่นนั้นเรื่องก็จัดการง่ายแล้ว แม่นมอวี้ เจ้าให้คนไปคุกในสักเที่ยว ขอเข้าพบผู้บัญชาการอวี่เหวิน แล้วฝากคำพูดไปถึงเขาสักสองสามประโยค”
ก่อนหน้านี้นางช่วยอวี้เหวินจ้านไว้ จึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ อวี้เหวินจ้านย่อมไว้หน้านาง ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ
แม่นมอวี้รับคำสั่งแล้วกล่าวว่า “บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
