หรงเชื่อเจ๋อถูกทุบตีจนสาหัส แม้หวังซื่อกับหรงเจียวเจียวจะเข้าช่วยไว้ได้ทันเวลา แต่เขาก็ยังลุกเป็นไข้ขึ้นมา ทำให้หวังซื่อกลัวจนไม่ได้นอนทั้งคืน
ท่านราชครูหรงแม้จะแสดงท่าทีเฉยเมย แต่กระทั่งพ่อบ้านมาทูลว่าฝ่ายนั้นไข้จึ่งแล้ว จึงวางใจลงได้ พร้อมกับถอดใจถอดหายใจยาว กิริยาของบุตรชายเช่นนี้ ช่างทำให้ท่านเป็นห่วงเป็นกังวลต่ออนาคตของสกุลหรงยิ่งนัก
เมื่อหรงจือจือได้ทราบเรื่องทั้งหมด ดวงใจก็หวั่นไหวเพียงชั่ววูบ แต่เมื่อนึกถึงหลายปีที่หรงเชื่อเจ๋อเย้ยหยันเยาะเย้งนาง ดวงใจก็เย็นชาลง จึงไม่ได้คิดอีกต่อไป
แต่เพื่อมิให้ใครได้ชื่อว่าว่าร้าย นางจึงยังไปเยี่ยมดูอาการ
หากเพิ่งเดินมาถึงปากประตูโรงของหรงเชื่อเจ๋อ ก็ถูกขวางเอาไว้ บ่าวหนุ่มยืนรักษาประตูนามว่ายู่เล่อกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่โปรดกลับไปเถิด ท่านชายสองกล่าวไว้แล้วว่าโรงของท่านไม่ต้อนรับคุณหนู!”
เมื่อคราวก่อนหากหรงเชื่อเจ๋อเจ็บป่วย แม้หรงจือจือจะถูกขวางไว้เบื้องนอกก็ยังรออย่างแสนระทวนใจ ครั้งคราวก็ถามไถ่อาการของหรงเชื่อเจ๋อเป็นระยะ
ครั้งยังเมื่อบางครั้งนางยังเฝ้าตุ๋นยาเองหนึ่งถ้วยแล้วนำมาถวาย ก็ถูกหรงเชื่อเจ๋อเอาหน้าเย็นชาเททิ้ง
ยู่เล่อคิดว่าคราวนี้หรงจือจือคงปฏิบัติดุจครั้งก่อน ๆ จึงแฝงความเหยียดหยามไว้ในแววตา
หากมิคาดคิดว่าครานี้หรงจือจือได้ฟังดังนั้นกลับกล่าวอย่างเรียบเย็นว่า “ก็ดี เจ้าบอกน้องชายข้าเสียเถิ่นว่าให้ดูแลบาดแผนของตนให้ดี ๆ”
วางวาจาลงแล้ว นางก็พาบ่าวไพร่จากไปมิหันขวับ
ยู่เล่อ “?”
ไข้ขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกือบสองวัน ร่างกายของหรงเชื่อเจ๋อจึงค่อยดีขึ้นบ้าง หวังซื่อจึงวางใจได้ แล้วพาหรงเจียวเจียวกลับไปเปลี่ยนเครื่องทรงและพักฟื้นเสียบ้าง
