นางเฉินฟังแล้วสีหน้าพลันเปลี่ยนไป นางแต่งให้เสิ่นเยี่ยนหมิงตั้งแต่ก่อนที่พี่สามีจะรุ่งเรือง ดังนั้นนางจึงมิใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ หากมาจากครอบครัวสามัญชน
แต่ถึงกระนั้น นางก็รู้ว่าถ้อยคำของหรงอี้ช่างไร้ยางอายอยู่บ้างจริง ๆ
ที่ไหนจะมีหญิงสาวขึ้นเรือนฝ่ายชายด้วยตนเอง แล้วกระตือรือร้นเสนอตัวเป็นอนุภรรยาเช่นนี้?
นางเอ่ยว่า “คิดว่าแม่นางอี้คงพูดเล่นกระมัง วันนี้จงใจมาหา คงจะหยิบเรื่องมารดาสามีกับข้ามาล้อเล่นสินะ”
นางคิดว่าตนมีเจตนาดี อยากช่วยหรงอี้รักษาหน้าไว้ จึงแสร้งถือเสียว่าเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็พอ
ทว่าหรงอี้กลับไม่เข้าใจความหวังดีของนาง ใบหน้าแดงก่ำเอ่ยว่า “มะ...มิใช่เรื่องล้อเล่น ข้าคิดเช่นนี้จากใจจริง”
แต่แรกนางเพียงคิดว่า การได้แต่งให้เสนาบดีอาวุโสย่อมเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
ก็เพียงเท่านั้น
ทว่าเมื่อได้เห็นเสิ่นเยี่ยนซูกับตาตนเอง นางจึงเข้าใจว่าคนเช่นไรจึงเรียกว่ามีใบหน้าดุจหยกงาม รูปโฉมดุจบุปผาฉยงอิง แม้เว่ยเจี๋ยมาอยู่ตรงนี้ก็คงหมองหม่นไปถนัดตา
หากได้อยู่เคียงข้างบุรุษเช่นนั้น อย่าว่าแต่เป็นอนุภรรยาเลย ต่อให้ให้นางเป็นสาวใช้ปรนนิบัติ นางก็ยินดี
เพียงแต่ครอบครัวของนางย่อมไม่ยินยอม นางจึงออกมาแย่งชิงฐานะอนุภรรยาชั้นสูงให้ตนเอง
นางเฉินเตือนด้วยความหวังดีว่า “แม่นางอี้ การเป็นอนุภรรยามิใช่เรื่องดีอะไรนัก...”
หรงอี้กล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าย่อมรู้ เพียงแต่การเป็นอนุภรรยาชั้นสูงของท่านเสนาบดีอาวุโสย่อมแตกต่างจากผู้อื่นมิใช่หรือ?”
