ครานี้ ทุกคนต่างชะงักงัน สายตาตำหนิไม่น้อยพากันจับจ้องไปยังท่านฮูหยินสกุลหลี่
อะไรนะ! ยังไม่ได้หมั้นหมายกัน แล้วหลอกพวกเราทำไม?
เมื่อครู่พวกเราประจบประแจงนางไปตั้งนาน ไม่เสียแรงเปล่าหรอกหรือ?! รู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่พวกเราพากันชมสรรเสริญหรงเจียวเจียวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใช้ความคิดไปมากมายเพียงใด?
แทบจะเค้นสมองจนหมดแล้ว!
ท่านฮูหยินสกุลหลี่เองก็มึนงง ตามเหตุผลแล้ว หวังซื่อคงไม่ถึงขั้นเสียสติแต่งเรื่องเช่นนี้ขึ้นมากระมัง!
เห็นสายตาตำหนิของทุกคน นางก็พยายามอธิบาย “ไม่...ไม่ใช่! ข้า...เจียวเจียว เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
หรงเจียวเจียวมองเสิ่นเยี่ยนซูอย่างไม่อยากเชื่อ “ท่านสมุหใหญ่ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้! ท่านเห็นข้าโกรธจนบอกว่าจะถอนหมั้น ไม่ยอมปลอบข้าก็แล้วไปเถิด แต่กลับพูดว่าท่านไม่เคยไปสู่ขอข้าอย่างนั้นหรือ?”
ทุกคนได้ฟังคำพูดนั้น เห็นท่าทีมั่นอกมั่นใจของหรงเจียวเจียวแล้ว ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
สายตาเคลือบแคลงพากันมองไปมาระหว่างทั้งสองฝ่าย
เฉิงเฟิงอดไม่ไหว โต้กลับด้วยความโกรธ “เหลวไหล! คนที่นายท่านของพวกข้าไปสู่ขอมาตั้งแต่แรกคือเซี่ยนจู่แห่งหนานหยาง แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า? เหตุใดเจ้าถึงได้คิดเข้าข้างตัวเอง ถึงกับจะถอนหมั้นที่ไม่เคยมีอยู่จริง?”
ทุกคน “???”
อะไรนะ!
สวรรค์เอ๋ย! นี่...เฉิงเฟิงไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่? สมุหใหญ่ไม่ยอมแต่งงานมาตั้งหลายปี ครั้นไปสู่ขอขึ้นมา กลับเลือกหรงจือจือ หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วเช่นนั้นหรือ?
คุณหนูตระกูลใหญ่บางคนถึงกับนึกเสียดายในใจ หรือที่ตนไม่เป็นที่โปรดปรานของสมุหใหญ่ เป็นเพราะตนยังไม่เคยแต่งงาน? สมุหใหญ่คิดว่าหญิงที่เคยผ่านชีวิตสมรสมาจะเป็นผู้ใหญ่รู้ความกว่าหรือ?
