หรงจือจือถอนหายใจ “แต่ท่านปู่ทวดก่อเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ทุกคนคงยากจะไม่รู้เข้าเสียแล้ว คิดว่าท่านพ่อคงเข้าใจ ที่ข้าให้ท่านพูดเหตุผลออกมา ก็เป็นเพราะไม่มีทางเลือก”
ความหมายแฝงก็คือ ท่านเป็นฝ่ายมาหาเรื่องก่อน ต่อให้ท่านพ่อจะตำหนิข้า ก็คงไม่ปล่อยท่านไปง่าย ๆ ความรับผิดชอบหลักย่อมอยู่ที่ท่าน ข้าเพียงถูกท่านบีบบังคับเท่านั้น
หรงเจาลังเลแล้วลังเลอีก สุดท้ายก็ยังไม่กล้าหน้าด้านเล่าให้คนทั้งโลกรู้ว่า หลานสาวแท้ ๆ ของตนเป็นฝ่ายวิ่งไปหาพี่เขยเพื่อขอเป็นอนุภรรยา ก่อนถูกหยามหน้า อีกทั้งพวกเขาสองปู่หลานยังบีบบังคับให้หรงจือจือยอมรับเรื่องนี้
บุตรชายของเขาเป็นขุนนางขั้นห้าขั้นตรง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงในราชการของบุตรชายก็จะพลอยเสื่อมเสียไปด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงจำต้องเริ่มแกล้งเป็นลม “โอ๊ย ข้ายืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ปวดหัวเหลือเกิน ยืนแทบไม่ไหวแล้ว...”
เขาไม่เชื่อหรอกว่า ในฐานะผู้อาวุโส หากเป็นล้มอยู่หน้าประตูหรงจือจือแล้ว นางจะกล้าพูดต่อหน้าคนทั้งหลายว่าไม่ให้อภัยตน!
เขากำลังจะแกล้งเป็นลมล้มลง
ใครจะคิดว่า หวังจิ้นยุ่ยซึ่งอยู่ในฝูงชนจะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วประคองหรงเจาไว้แน่น “อย่าเพิ่งเป็นลมสิ! เรื่องของท่านยังพูดไม่กระจ่างเลย!”
