จู่ ๆ ทำไมถึงพูดถึงเรื่องลูกบุญธรรมซะงั้น? ฟางเถิงสมองชาไปชั่วขณะ อ้าปากจะพูดแต่ไม่รู้จะพูดอะไร เขามองไปที่หมิ่นจวิน
เรื่องลูกบุญธรรมนี่เมียเขาเป็นคนทำ
“คุณหลิน สวัสดีค่ะ ฉันคือหมิ่นจวิน”
ได้ยินเมียพูด ฟางเถิงก็มีท่าทีเขินอายวูบหนึ่ง หลังจากท่านประธานเจี่ยงแนะนำคนรักแล้ว เขาก็น่าจะแนะนำเมียต่อสิ
“ตอนชูอีเข้าเรียนมัธยม สนิทกับฟางหลัวน้องสาวสามีฉันมาก มาหาที่บ้านเล่นบ่อย วันหนึ่งชูอีเสนอว่าจะให้ฉันเป็นพี่สาวบุญธรรม คิดว่าปกติก็ดูแลชูอีเหมือนน้องสาวแท้ ๆ…”
หมิ่นจวินอธิบายยกใหญ่ ฟางเถิงอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยตลอด
“ใช่ ๆ ชูอีกับน้องสาวฉันสนิทกันเหมือนคนคนเดียว ที่บ้านฉันยังมีห้องที่ให้ชูอีไว้เลย ชูอีชอบมาก”
ฟังดูแล้ว ตระกูลฟางใจดีมีเมตตา ให้ความดูแลเอาใจใส่
“ตอนนั้นชูอียังเด็ก แต่คุณนายฟางเป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือจะไม่รู้จักมารยาทบ้าง?”
ที่หมิ่นจวินพูดเมื่อกี้ ประโยคแรกมองหลินเหอพูด ที่เหลืออธิบายให้เจี่ยงเฉียวฟังหมด
เธอพูดจบก็จะดูท่าทีของเจี่ยงเฉียว แต่ไม่คิดว่าหลินเหอจะพูดขึ้นมาอีก
ไฟโทสะในใจหมิ่นจวินพลุ่งขึ้นมาทันที แฟนใหม่ท่านประธานเจี่ยงคนนี้ไร้มารยาทเกินไปแล้ว! หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาพูดด้วยน้ำเสียงซักถามแบบนี้? ตอนนี้ยังไม่นับว่าเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริงของชูอีด้วยซ้ำ
คิดว่าตัวเองเป็นไก่เขากลายเป็นหงส์หรือไง?
“คุณหลินพูดแบบนี้หมายความว่าไง?”
หมิ่นจวินย้อนถามอย่างจงใจ เธออยากให้หลินเหอพูดมากกว่านี้ ตัวเองจะได้จับช่องโหว่โต้กลับ ให้อีกฝ่ายโกรธจนเสียอาการ ท่านประธานเจี่ยงก็จะสั่งให้หุบปากเอง
