บังเอิญหญิงสาวหันหน้าหนีไป หลินเหอจึงเพ่งดูอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งใดในตัวอีกฝ่ายที่ทำให้รู้สึกคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
แววตาของเจี่ยงอันฉายแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
“แผ่นหลังของเธอเหมือนคุณมากเลยนะขอรับ”
ฉืออู่และชูอีได้ยินก็มองไปทางหญิงสาวคนนั้น ตอนที่อีกฝ่ายหันข้างโยกตัวไปมา บอกเลย มันก็แอบคล้ายจริง ๆ!
หลินเหอไม่เห็นรูปร่างท่าทางตัวเอง แต่ปฏิกิริยาของลูก ๆ ก็พิสูจน์ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเธอมีความคล้ายคลึงกันจริง
“ช่วงหลายปีที่ผ่านมา คุณพ่อมักสนใจผู้หญิงที่คล้ายคุณเป็นพิเศษ มีผู้จัดการที่ชื่ออะไรสักอย่างเฟินฟางเหมือนคุณมาก ๆ เห็นว่ามองในจุดนี้ คุณพ่อถึงให้ความร่วมมือกับหล่อนดีเป็นพิเศษ”
เจี่ยงอันฉวยโอกาสแกล้งพ่อตัวเอง ไม่ได้โกหกด้วย
มีคนชื่อเฟินฟางคนนั้นจริง ๆ
ดวงตาเย็นชาของหลินเหอหรี่ลงบาง ๆ เปล่งเสียงฮึดในลำคอเบามาก
เจี่ยงอันได้ยิน ฉืออู่ก็ได้ยิน ชูอีก็ได้ยิน ความพร้อมเพรียงของสามพี่น้องมักจะมีประโยชน์เสมอในยามที่ไม่เป็นประโยชน์ พวกเขาพากันมองไปทางผู้เป็นพ่อ
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตา “เร่าร้อน” เจี่ยงเฉียวเงยหน้ามองทางครอบครัว เขาเห็นหลินเหอเป็นคนแรก ดวงตาเป็นประกาย โบกมือไปมา ทักทายที่รักของเขา
แล้วมือที่โบกก็ค่อย ๆ ช้าลงเรื่อย ๆ
เหอเหอยิ้มทำไมดูน่าขนลุกแปลก ๆ นะ…?
มองไปยังลูกชายลูกสาวทั้งสองข้าง ฝาแฝดทำหน้าเห็นใจ ส่วนอีกคนหน้าบึ้งไม่เปลี่ยนมาตลอด ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มเก้อ ๆ
อันตราย อันตราย อันตราย! สัญญาณเตือนในสมองเจี่ยงเฉียวร้องขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วรีบส่งข้อความหาหลินเหอ: ใครมาทำให้เหอเหอของฉันไม่สบายใจ?
ตรงหน้าเจี่ยงเฉียว ผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายหลินเหออยู่บ้างอยากจะพูดอะไรอีก แต่ตอนนี้เจี่ยงเฉียวจะไปมีอารมณ์ฟังได้อย่างไร เขาโบกมือไล่คนไปอย่างรำคาญ
ก่อนจากไป ผู้หญิงคนนั้นอาลัยอาวรณ์ คราบน้ำตาในดวงตาช่างน่าสงสาร เจี่ยงเฉียวที่จ้องหน้าจอมือถือรอข้อความตอบไม่เห็น แต่หลินเหอที่มองไปทางนั้นเห็นชัดเจน
หึ
หลินเหอยิ้มเย็น
ชูอีกับฉืออู่สบตากัน แล้วทั้งสองก็ย่อตัวหลบไปเข้าห้องน้ำ
“ผิดปกติจัง! ได้ยินที่เจี่ยงอันพูดไหม?” ชูอีเดินวนไปมาที่ริมหน้าต่างสุดทางเดิน
