เนื้อสดหนึ่งถุง
ผักสด
มะเขือเทศ
เห็ด
แล้วยังมีบะหมี่อีกหนึ่งถุง
เสิ่นเวยวางของออกมาทีละอย่างไว้ข้างตัว
ที่เหลือเชื่อที่สุดคือ—
เนื้อพวกนั้นยังมีประกายสดใหม่
ใบผักดูฉ่ำน้ำ
มองอย่างไรก็ไม่เหมือนของที่เก็บไว้นานในวันสิ้นโลก
บริเวณรอบ ๆ เงียบกริบในพริบตา
แม้แต่ซูเยี่ยยังหันมามองเธอ
ถึงครั้งก่อนตอนอยู่ในป่าของประเทศเอ็ม เขาจะเคยเห็นเสิ่นเวยหยิบเนื้อสดกับผักสดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วก็ตาม
แต่ตอนนั้นเสิ่นเวยแค่พูดว่า “พกติดตัวมา” ก็ปิดปากเขาได้แล้ว
ดูตอนนี้สิ...
พกติดตัวกับผีสิ
เสิ่นเวยกลับไม่สนใจสายตาตกตะลึงที่มองมาเป็นระลอก
เธอบิดถังแก๊สเข้ากับเตาอย่างชำนาญ
กึก
เปลวไฟพุ่งขึ้นมาทันที
เธอเติมน้ำลงหม้อ
จากนั้นก็แกะซองน้ำซุปหม้อไฟมะเขือเทศที่วางอยู่ข้าง ๆ
ไม่นานนัก
น้ำซุปก็เดือดปุด ๆ
กลิ่นหอมเข้มข้นของมะเขือเทศ รสเปรี้ยวหวาน ผสานกับกลิ่นเนื้อ ค่อย ๆ กระจายไปทั่วถ้ำหินชื้นเย็น
คนที่เมื่อครู่ยังคิดว่าแค่มีขนมปังกับแครกเกอร์อัดแท่งให้กินก็ดีถมไปแล้ว—
ต่างชะงักมือกันหมด
บางคนถึงกับกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นนี่มัน...
หอมเกินไปแล้ว
เสิ่นเวยโยนเนื้อสไลซ์ลงไป
ตามด้วยผัก
สุดท้ายยังใส่บะหมี่ลงไปอีกกำมือ
ไอร้อนลอยกรุ่นขึ้นมา
ในน้ำซุปสีแดงเข้ม เนื้อสไลซ์พลิกไปมา ผักต้มจนเขียวสด ส่วนเส้นบะหมี่ก็ค่อย ๆ ดูดซับน้ำซุปจนชุ่ม
ในสถานที่ทั้งหนาวทั้งชื้นแบบนี้