เสียงของหมอจางหยุดกึก
ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน
บนจอเครื่องติดตามสัญญาณชีพ เส้นคลื่นหัวใจที่ก่อนหน้านี้ลากเป็นเส้นตรงกลับเริ่มแกว่งขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะอีกครั้ง
ห้องผู้ป่วยวิกฤตทั้งห้องพลันเงียบสนิท
บุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังจะใช้เครื่องกระตุกหัวใจต่างชะงักค้างอยู่กับที่ มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
วินาทีต่อมา
“แค่ก...”
เสียงแผ่วเบาพลันดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองเตียงคนไข้อย่างตื่นตระหนก แล้วก็เห็นคุณปู่เผยที่ก่อนหน้านี้หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
สีหน้าเย็นชาของเผยจื้อในที่สุดก็เปลี่ยนไป
เขาก้าวฉับ ๆ ไปข้างเตียง คว้ามือชายชราไว้
“คุณปู่ รู้สึกยังไงบ้างครับ?”
คุณปู่เผยค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งโดยมีเขาช่วยประคอง
แม้ใบหน้ายังคงซีดเซียวอยู่บ้าง แต่สติกลับแจ่มชัดดีแล้ว ดูท่าทางกระปรี้กระเปร่ากว่าที่คิดด้วยซ้ำ
เขามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง “นี่...ที่นี่ที่ไหน?”
ส่วนหมอจางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เวลานี้ถึงกับตะลึงงันไปแล้ว
ต่อให้ใช้แผนการรักษาที่เขาวางไว้แต่แรก และอาศัยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ช่วยชีวิตคุณปู่เผยให้พ้นขีดอันตรายได้ อย่างดีที่สุดก็คงต้องหมดสติไปหลายวัน ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัว
แต่เด็กสาวตรงหน้าคนนี้ เพียงปักเข็มลงบนตัวคุณปู่เผยส่ง ๆ ไม่กี่ที ชายชราก็ฟื้นขึ้นมา แถมยังได้สติทันทีอีกด้วย!?
“เป็นไปไม่ได้!”
หมอจางหลุดปากออกมา รีบเข้าไปตรวจร่างกายคุณปู่เผย
หรือว่านี่จะเป็นอาการเฮือกสุดท้ายก่อนตาย?
แต่ไม่นานเขาก็พบว่าตัวเองคิดผิด
ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และค่าต่าง ๆ ของคุณปู่เผย ล้วนกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ