ทั่วทั้งสนามเงียบสนิท
ผ่านไปหลายวินาที ผู้ชมบนอัฒจันทร์ถึงได้สติ ก่อนเสียงอุทานอย่างไม่อยากเชื่อจะระเบิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกมันถึงคุกเข่ากันหมด?”
“พวกอสุรกายนี่บ้าไปแล้วหรือไง? มีใครใช้ยาแปลก ๆ ควบคุมพวกมันหรือเปล่า?”
ทุกคนจ้องเขม็งไปยังกลางสนาม
อสุรกาย 19 ตัวที่เมื่อครู่ยังดุร้ายราวสัตว์ร้ายและกัดกันเอง ตอนนี้กลับก้มหน้าหมอบราบกับพื้น ราวกับเป็นบ่าวไพร่
ส่วนซวงซวงที่ถูกพวกมันล้อมอยู่ตรงกลาง กำลังเชิดพุงกลมป่อง ยืนมั่นคงด้วยขาสั้นจุ๊ดจู๋ทั้งสี่ข้าง ท่าทางเหมือนเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
“โฮ่ง!”
มันเห่าอีกครั้ง
พวกอสุรกายรอบข้างก้มศีรษะต่ำลงกว่าเดิมทันที กระทั่งร่างยังสั่นระริก!
เสิ่นเวยกลับไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย เพียงเลิกคิ้วนิด ๆ แล้วเปิดเนตรดารา
วินาทีต่อมา เธอก็เห็นพลังงานสีขาวจาง ๆ แผ่กระจายออกจากร่างของซวงซวงไปทั่วบริเวณ
ไม่ใช่พลังไฟ และไม่ใช่พลังน้ำ
เป็นเพียงการปลดปล่อยพลังงานธรรมดาเท่านั้น
แต่สิ่งแปลกก็คือ พลังงานสีดำที่เดิมพลุ่งพล่านอยู่ในร่างอสุรกายเหล่านั้น เมื่อสัมผัสเข้ากับพลังงานสีขาวที่ซวงซวงปล่อยออกมา กลับหดหู่หวาดกลัวลงอย่างเห็นได้ชัด
แววประหลาดใจวูบผ่านดวงตาของเสิ่นเวย
เห็นได้ชัดว่าผู้มีพลังพิเศษที่เป็นมนุษย์ไม่มีความสามารถแบบนี้
ต่อให้เป็นผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ไม่มีทางแค่ปลดปล่อยพลังของตัวเองแล้วทำให้ผู้มีพลังพิเศษคนอื่นยอมสยบได้ ต้องปล่อยพลังจากสายใดสายหนึ่งออกมาเท่านั้น
หรือว่า…สัตว์จะไวต่อความแตกต่างของความแข็งแกร่งระหว่างกันมากกว่ากัน?
คิดได้ดังนั้น เสิ่นเวยจึงค่อยผ่อนลมหายใจ