เสิ่นเวยเข้าใจแผนการในทันที
ทำให้พวกเขาสลบ แล้วโยนเข้าไปในสนามประลอง
แบบนี้ก็ไม่ต้องชดใช้ผลึกพลัง แถมยังได้ผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ในสนามประลองมาฟรี ๆ อีกสองคน
ได้ประโยชน์สองต่อ
คิดถึงตรงนี้ มุมปากของเสิ่นเวยกลับยกขึ้นเล็กน้อย
แบบนี้ก็ดีเลย
เดิมทีพวกเขากำลังคิดอยู่ว่าจะแทรกซึมเข้าไปในสนามประลองอย่างแนบเนียนได้อย่างไร
ตอนนี้โอกาสกลับเดินมาหาถึงที่
เห็นได้ชัดว่าเผยจื้อก็นึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไร
วินาทีต่อมา เสิ่นเวยยกถ้วยชาขึ้น
เผยจื้อก็หยิบอีกถ้วยขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งสองจิบชาพร้อมกัน
ผู้จัดการเห็นภาพนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ถึงหนึ่งนาที แววตาของเสิ่นเวยก็เริ่มพร่าเลือน
เธอส่ายหน้าไปมา
“ทำไม...”
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างก็อ่อนยวบล้มลงบนโซฟาแล้ว
เผยจื้อที่อยู่ข้าง ๆ หมดสติไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
คราวนี้ผู้จัดการถึงกับหุบยิ้มสนิท
เขาเดินไปตรงหน้าทั้งคู่ แล้วยกมือโบกผ่านหน้าเสิ่นเวย แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“พาตัวไป”
คนหลายคนรีบเข้ามาทางประตูด้านข้างของห้องทำงาน
“ผู้ชายส่งไปเขตประลองของผู้มีพลังพิเศษ ส่วนผู้หญิงก็ส่งไปด้วย สวยขนาดนี้ ต่อให้พลังพิเศษไม่เอาไหน ก็คงเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย”
ไม่นานนัก คนกลุ่มนั้นก็ยกร่างทั้งสองขึ้น