จื่อซูเหอเป็นถึงภรรยาม่ายของอดีตเจ้าเมือง และปัจจุบันก็เป็นผู้กุมอำนาจจวนเจ้าเมือง ผู้แข็งแกร่งขั้นจินตันระดับ 8 ฉู่เฟิงคิดจะให้นางเป็นอนุภรรยางั้นหรือ?
ฉู่เฟิงมองท่าทางตกตะลึงของนาง แล้วยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนเจ้าเมืองให้นางฟังอย่างละเอียด
จ้าวโหยวหรงฟังอย่างเงียบ ๆ สีหน้าตกใจค่อย ๆ จางหาย แต่ในใจกลับเกิดความรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
นางก้มลงมองตนเอง กำลังบำเพ็ญก็สู้ไม่ได้ สถานะก็ยิ่งเทียบไม่ติด ไม่ว่าจะด้านใด ล้วนห่างไกลจากภรรยาท่านเจ้าเมืองผู้นั้นมากนัก
ฉู่เฟิงกำลังจะรับอนุภรรยาในไม่ช้า แต่กลับไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องแต่งนางเข้าตระกูลเลย
หรือว่า เขาลืมคำพูดที่เคยพูดไว้เสียแล้ว?
“ต่อไปภายภาคหน้า เจ้าคือนายหญิงแห่งตระกูลฉู่...”
คำพูดของฉู่เฟิงผุดขึ้นในความคิดของนางอย่างห้ามไม่อยู่ ใจพลันรู้สึกขื่นขม
หรือว่า นั่นเป็นเพียงคำพูดล้อเล่นงั้นหรือ?
เขาไม่เคยคิดจะแต่งข้าเลยด้วยซ้ำ
ราวกับมองออกถึงความคิดของนาง ฉู่เฟิงจึงยกมือขึ้นกำตรงหน้าอกอิ่มเต็มของนาง
“สามวันให้หลัง ข้าจะแต่งเจ้าเข้าตระกูลพร้อมกัน ต่อไปภายภาคหน้าเจ้าจะเป็นนายหญิงแห่งตระกูลฉู่อย่างสมเกียรติ”
จิตใจของจ้าวโหยวหรงสั่นสะเทือนรุนแรง ดั่งต้องสายธารอุ่นวาบ
เขายังไม่ลืม! เขาจะแต่งข้า!
“ฉู่เฟิง...”
ฉู่เฟิงมองดวงตาแดงก่ำด้วยน้ำตาของนาง ยกมือขึ้นค่อย ๆ เช็ดหยาดน้ำตาที่หางตานาง
“ตอนนี้เรียกข้าว่าฉู่เฟิง ข้ายังไม่ถือสาเจ้าหรอก แต่สามวันหลังจากนี้ เจ้าควรเรียกข้าว่าอะไร?”
