จ้าวโหยวหรงไม่ทันตั้งตัว ร้องออกมาอย่างตกใจโดยไม่รู้ตัว
นางแข็งทื่อไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาด สมองว่างเปล่าฉับพลัน
“อืม——”
ถุงเท้าข้างหนึ่งหลุดจากปลายเท้าขาวผ่องของจ้าวโหยวหรง ร่วงลงในสระ น้ำใสกระเพื่อมเป็นระลอก
ฉู่เฟิงฉวยโอกาสนี้ดันจ้าวโหยวหรงติดขอบสระ พลังหยวนบริสุทธิ์สายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ร่างเขา
แผนภูมิหลอมสวรรค์สั่นสะเทือนเล็กน้อย จากนั้นก็ดูดกลืนพลังนั้นอย่างตะกละตะกลาม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณในร่างเขาทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน พลังบำเพ็ญของเขาก็เริ่มทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างรากฐานขั้นสี่ สร้างรากฐานขั้นห้า สร้างรากฐานขั้นหก...
เขาเพียงแต่ทนไม่ได้ที่จ้าวโหยวหรงจะกลายเป็นคนไร้ค่าตั้งแต่นี้ จึงอยากอาศัยโอกาสนี้ช่วยนางรวมรากวิญญาณใหม่
หาใช่เกิดอารมณ์เพราะเห็นความงามไม่!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
ดวงตางามของนางมีหมอกน้ำหนาแน่น สมองว่างเปล่า
ขณะนั้นเอง ฉู่เฟิงก็เข้าไปใกล้หูนาง
“ข้าแย่งพลั่งบริสุทธิ์ของเจ้าไป จะชดใช้ด้วยรากวิญญาณเส้นหนึ่ง”
“อะไรนะ?”
จ้าวโหยวหรงอึ้งงันอย่างชัดเจน ดวงตางามเบิกกว้างฉับพลัน
วินาทีต่อมา นางยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็รู้สึกถึงกระแสอุ่นสายหนึ่งไหลเข้ามาจากริมฝีปาก ตรงดิ่งสู่ตันเถียนของนาง
จ้าวโหยวหรงยันเอวกิ่วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายโก่งเป็นเส้นโค้งงดงาม
ตรงตันเถียนเกิดอาการปวดบวมขึ้นมา กลับรวมตัวเป็นรากวิญญาณขึ้นใหม่
ขณะนั้นเอง นอกหน้าต่างพลันดังเสียงหงส์ร้องสะเทือนฟ้าดิน!
แสงสุกสกาวสีทองทะลวงลงมาจากกลุ่มเมฆฉับพลัน ฉายทั่วเมืองเขียวขจีสว่างราวกลางวัน
เหนือท้องนภา พลังวิญญาณนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน กลายเป็นหงส์เพลิงที่กางปีกกว้างร้อยจั้ง บินวนเหนือตระกูลฉู่
“นี่มันมีรากวิญญาณสวรรค์ถือกำเนิด!”
“บ้านไหนโชคดีเช่นนี้ ถึงได้มีอัจฉริยะรากวิญญาณสวรรค์”
“ดูทิศทางที่หงส์เพลิงบินวนนั่นคือตระกูลจ้าว ตระกูลจ้าวเกรงว่าจะรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งแล้ว”
เมืองเขียวขจีเดือดพล่านในพริบตา ผู้คนเงยหน้ามองหงส์เพลิงบนฟากฟ้า สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
จ้าวโหยวหรงร่างเกร็งแน่นขึ้นทันใด ทรวดทรงสั่นระริกไม่หยุด สิ่งที่นางไม่อยากเชื่อคือรากวิญญาณในร่างนางกลับรวมตัวขึ้นใหม่จริงๆ
หลังจากรวมรากวิญญาณใหม่ พลังบำเพ็ญก็ฟื้นคืนสู่กลั่นปราณขั้นเก้าด้วย
“ข้า...ข้ามีรากวิญญาณแล้ว!”
ฉู่เฟิงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา สมกับเป็นร่างหงสาเคราะห์
พลังหยวนบริสุทธิ์นั้นถูกเขาดูดซับทั้งหมด พลังบำเพ็ญทะลวงถึงสร้างรากฐานขั้นเก้า
“เสียดายที่วัตถุดิบที่นี่มีจำกัด ได้แต่ช่วยเจ้ารวมรากวิญญาณสวรรค์เท่านั้น”
รากวิญญาณแบ่งเป็น เหลือง, ดำ, ปฐพี, ฟ้า, ศักดิ์สิทธิ์ หากมีวัตถุดิบที่ดีพอ เขาอาจทำให้จ้าวโหยวหรงบรรลุนิพพานเลื่อนขั้นเป็นรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้เลย
จ้าวโหยวหรงพิจารณาชายตรงหน้าอีกครั้ง นางพบว่าอีกฝ่ายดูเปลี่ยนไป ไม่เหมือนฉู่เฟิงในความทรงจำ
“ข้าได้ยินว่ามีเพียงนิพพานโอสถเท่านั้นที่ช่วยข้ารวมรากวิญญาณได้ เจ้าทำได้อย่างไร?”
ฉู่เฟิงพยักหน้า พลางกล่าวเรียบๆ
“สิ่งที่ข้าเพิ่งปรุงขึ้นก็คือนิพพานโอสถ”
จ้าวโหยวหรงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นิพพานโอสถเป็นโอสถระดับแปด!
แม้แต่สำนักเมฆาสวรรค์ก็ยังหานักปรุงโอสถระดับแปดมาช่วยนางปรุงนิพพานโอสถไม่ได้ มิเช่นนั้นก็คงไม่ขับนางออกจากสำนัก
ฉู่เฟิงกลับเป็นนักปรุงโอสถระดับแปด!
ลมหายใจนางถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของฉู่เฟิง
หากไม่ใช่ฉู่เฟิง นางอาจถูกจองจำในบ่อวิญญาณไปชั่วชีวิต
ตอนนี้ฉู่เฟิงเพียงสร้างรากฐานขั้นแปด ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวไท่ นางต้องรีบช่วยฉู่เฟิงทะลวงถึงขั้นแก่นทองคำ
“อย่าพูด จูบข้าเถิด...”
ครึ่งชั่วยามต่อมา ตำหนักไออุ่นในบ่อวิญญาณอบอวลไปด้วยไอน้ำ
จ้าวโหยวหรงพิงกำแพงสระเย็นเฉียบ เส้นผมดำเปียกชื้นแนบอยู่บนบ่า หยาดน้ำใสกลิ้งลงมาตามกระดูกไหปลาร้า
แรกเริ่มนางคิดจะถวายตัวเป็นเตาหลอมให้ฉู่เฟิง ช่วยฉู่เฟิงบำเพ็ญเพียร
ไม่คิดเลยว่าไม่เพียงไม่ถูกสูบพลังบำเพ็ญแห้งเหือด กลับทะลวงถึงขั้นสร้างรากฐานได้ในคราเดียว
นางเงยหน้ามองฉู่เฟิงกลางบ่อวิญญาณ แววตาระยิบระยับด้วยประกายน้ำ เต็มไปด้วยความอาย
“เจ้ายังไม่ทะลวงถึงขั้นแก่นทองคำ ข้ายังสามารถ...”
ยามนี้นาง ราวกับดอกโบตั๋นที่ถูกพายุฝนกระหน่ำ ร่างกายเต็มไปด้วยหยาดน้ำละเอียด
หว่างคิ้วมีแววเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว หางตาเจือไอน้ำ ยิ่งน่าสงสาร
ฉู่เฟิงเห็นดังนั้น ใจพลันไหว นิ้วชี้แตะริมฝีปากนางเบาๆ
“อย่าฝืน ข้าทะลวงถึงสร้างรากฐานขั้นเก้าแล้ว เจ้าจงพักผ่อนให้ดีเถิด”
กล่าวจบ เขาก็เริ่มขับเคลื่อนแผนภูมิหลอมสวรรค์
พลังวิญญาณในบ่อวิญญาณราวกับถูกดึงดูด กลายเป็นกระแสขาวไหลหลั่งเข้าสู่ร่างเขาไม่ขาดสาย พลังปราณรอบกายยิ่งทวีความแข็งแกร่ง
หนึ่งชั่วยามผ่านไปรวดเร็ว
เมื่อพลังวิญญาณในบ่อวิญญาณค่อยๆ จางเบาลง แสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้าฉับพลัน คลุมกายฉู่เฟิงไว้!
แสงสีทองพร่างพรายขับไล่หมอกขาวทั้งหมด พลังฟ้าดินมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างเขาตามแสงสีทอง พลังปราณพุ่งทะยานในพริบตา ทลายข้อจำกัดสร้างรากฐานขั้นเก้า ก้าวเข้าสู่ขั้นสุดยอดแห่งสร้างรากฐาน!
ชาวเมืองเขียวขจีพากันเงยหน้ามองทิศทางที่ลำแสงพุ่งขึ้น สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“นี่เป็นภาพปรากฏการณ์ของการทะลวงถึงขั้นสุดยอด!”
“มีลำแสงสว่างขึ้นสองลำแล้ว หรือว่าตระกูลจ้าวมีผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดถึงสองคน?”
“ข้าได้ยินมาว่า ไอ้เขยกระจอกฉู่เฟิงแห่งตระกูลฉู่ เหมือนจะฟื้นคืนพลังบำเพ็ญ สังหารตระกูลจ้าวพลิกฟ้าพลิกดิน แม้แต่จ้าวเต๋อจู้บุตรชายเอกตระกูลจ้าวก็ยังถูกมันฆ่า!”
“ฉู่เฟิงเมื่อก่อนเพื่อจ้าวเสวี่ยเหลียน ยอมควักแม้แต่กระดูกจอมปราชญ์ ตระกูลจ้าวนี่ก็กรรมตามทันแล้ว”
“ต่อให้มันฟื้นพลังบำเพ็ญ ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้จ้าวไท่ หากจ้าวไท่กลับมา...”
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าดังกระชั้นมาจากที่ไกล ฝุ่นตลบฟุ้ง พอจะเห็นขบวนหนึ่งมุ่งตรงมาทางตระกูลจ้าว
ร่างเบื้องหน้าที่มีพลังผ่าเผย นั่นก็คือจ้าวไท่เจ้าบ้านตระกูลจ้าว!
“ดูเร็ว จ้าวไท่กลับมาแล้ว!”
...
ฉู่เฟิงลืมตา ในแววตามีแสงสีทองวาบหายไป
เขาพลิกฝ่ามือ มีป้ายคำสั่งหนึ่งปรากฏบนฝ่ามือ
จ้าวเต๋อจู้ไม่ได้โกหก นี่คือ《เคล็ดวิชาบงการอสูร》ของสำนักหมื่นอสูรจริงๆ และเป็นสมบัติล้ำค่าที่จ้าวเต๋อจู้ขโมยมาจากสำนักหมื่นอสูร
ชาติก่อนเขาครอบครองแผนภูมิหลอมสวรรค์จึงมีพลังพอเพียง คิดจะตามล้างแค้นตระกูลจ้าว แต่กลับพบว่าตระกูลจ้าวถูกสำนักหมื่นอสูรล้างไปแล้ว
ก็เพราะเรื่องที่จ้าวเต๋อจู้ขโมย《เคล็ดวิชาบงการอสูร》แดงออกมา ตระกูลจ้าวจึงถูกสำนักหมื่นอสูรล้างตระกูล
“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเพิ่มพลัง วิชานี้มีวาสนากับข้า สมควรที่ข้าจะฝึก”
ฉู่เฟิงขับเคลื่อนแผนภูมิหลอมสวรรค์ ป้ายคำสั่งในมือสั่นสะเทือน ลำแสงสายแล้วสายเล่าไหลเข้าสู่หน้าผากเขา
ในสมองของเขาเพิ่มความทรงจำหนึ่งขึ้นมา นั่นคือวิธีการฝึก《เคล็ดวิชาบงการอสูร》
ได้ยินว่า สำนักหมื่นอสูรเกือบหมื่นปีมาแล้วไม่มีผู้ใดเข้าใจ《เคล็ดวิชาบงการอสูร》ในป้ายคำสั่งนี้
แต่แผนภูมิหลอมสวรรค์สามารถหลอมรวมวิชาได้ โดยไม่ต้องเข้าใจหรือฝึกฝน ถ่ายทอดวิชาลงสู่ร่างได้โดยตรง
ดังนั้น วิชาที่คนอื่นไม่มีทางเข้าใจ สำหรับเขาแล้วกลับง่ายดายเหมือนกินข้าวดื่มน้ำ
เวลานี้ประตูตำหนักไออุ่นถูกผลักออกเบาๆ จ้าวโหยวหรงเดินเข้ามา
นางเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงยาวสีม่วง รัดเข็มขัดเน้นเอวบาง ขาเรียวยาวภายใต้ชายกระโปรง ทุกย่างก้าวล้วนเย้ายวนชวนมอง
ผ่านการหล่อเลี้ยงเมื่อครู่ ผิวนางยิ่งขาวเนียนละเอียดขึ้น เพิ่มเสน่ห์ความเป็นผู้ใหญ่หลายส่วน
ฉู่เฟิงเดินออกจากสระ หยาดน้ำไหลลงตามแผงอก
“ข้าทะลวงถึงขั้นสุดยอดแห่งสร้างรากฐานแล้ว”
“ข้า...ข้ามาช่วยเจ้า”
จ้าวโหยวหรงสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าเดินเข้าไป ในมือกำผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง เสียงสั่นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้
นางเดินมาถึงตรงหน้าฉู่เฟิง แก้มแดงราวจะหยดเลือด ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา ได้แต่ก้มหน้าลงเช็ดจากหัวไหล่
เช็ดตัวเสร็จ จ้าวโหยวหรงหยิบเสื้อคลุมยาวมาคลุมให้ฉู่เฟิง
ฉู่เฟิงเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อให้สะดวก ปลายจมูกอบอวลไปด้วยความหอมของผมนาง ในใจอ่อนโยนยิ่ง
“เสร็จแล้ว”
จ้าวโหยวหรงถอยหลังหนึ่งก้าว มองฉู่เฟิงที่จัดแจงเรียบร้อย เสียงนุ่มนวล
“ขั้นสุดยอดแห่งสร้างรากฐาน ห่างจากขั้นแก่นทองคำเพียงก้าวเดียว”
ฉู่เฟิงพยักหน้าจะพูด แต่เห็นจ้าวโหยวหรงสีหน้าหนักแน่นฉับพลัน กัดริมฝีปากเหมือนตัดสินใจเด็ดขาด
เงียบไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้ามองเขา แววตาเจือความละอายใจ
“มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากบอกเจ้ามาตลอด การตายของบิดามารดาเจ้า บางทีอาจมีเหตุอื่นแอบแฝง”
“เจ้ารู้อะไร?”
สีหน้าฉู่เฟิงเย็นชาฉับพลัน อุณหภูมิรอบกายลดฮวบ
การตายของบิดามารดา คือความเจ็บปวดลึกที่สุดในใจเขา และเป็นความยึดติดที่ทำให้เขากลับมาเกิดใหม่
จ้าวโหยวหรงมองสีหน้าเย็นเยียบฉับพลันของเขา ใจพลันรัดแน่น แต่ก็จำใจกล่าวต่อ
“ไม่กี่วันก่อนที่บัวหิมะน้ำพุจะถูกส่งมาที่บ่อวิญญาณ ข้าอยู่ในตำหนักไออุ่น กลางดึกได้ยินคนพูดกันข้างนอก
หนึ่งในนั้นคือเสียงของจ้าวไท่ อีกคนหนึ่งแปลกมาก พวกเขากำลังปรึกษากัน...จะลงมือปล้นฆ่าบนเส้นทางที่บิดามารดาเจ้าไปเขตต้องห้ามเทพโบราณ
ตอนนั้นข้าถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กดำ ออกไปไหนไม่ได้เลย ไม่อาจเตือนคุณอาฉู่...”
ตูม!
เสียงเพิ่งตก ฉู่เฟิงระเบิดเปลวเพลิงโทสะน่าสะพรึงกลัวออกมาทั่วร่าง
ชาติก่อนเขาเพราะควักกระดูกจอมปราชญ์ออกมา ส่งผลให้รากวิญญาณเสียหาย ไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้
จ้าวไท่มาบอกผู้เป็นพ่อว่าเขตต้องห้ามเทพโบราณมียาวิเศษซ่อมรากวิญญาณ ยังวาดแผนที่เส้นทางให้
บิดามารดาเพื่อเขา ไม่สนอันตรายมุ่งหน้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว สุดท้ายสิ้นชีพในเขตต้องห้าม
ที่แท้ทั้งหมดนี้คือแผนการร้ายกาจที่จ้าวไท่วางไว้!
บิดามารดาเขาไม่ได้ตายในเขตต้องห้ามเทพโบราณ แต่ตายด้วยน้ำมือของจ้าวไท่
ฉู่เฟิงกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหารดั่งคลื่นทะเล ความดุร้ายนั้นทำให้จ้าวโหยวหรงอดสั่นสะท้านไม่ได้
“จ้าวไท่! ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่นท่อน!”
นอกประตู จ้าวเสวี่ยเหลียนที่ถูกเสาหักสวรรค์ตรึงอยู่บนพื้น ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองชัดเจน
ยามนี้เมื่อได้ยินความจริงถูกเปิดเผย จ้าวเสวี่ยเหลียนหดคอเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว สายตาหลบเลี่ยงไม่กล้ามองไปทางตำหนักไออุ่น
เรื่องนี้นางก็รู้ดี ใครใช้ให้ไอ้แก่สองคนนั้นขัดขวางทางนาง
นางกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ได้แต่ภาวนาอย่างบ้าคลั่งในใจให้บิดารีบกลับมาช่วยนาง
ขณะนั้นเอง ฉู่เฟิงก็พลันหันไปทางนอกประตู
พลังจิตรับรู้ของเขาครอบคลุมทั่วตระกูลจ้าวได้แล้ว จ้าวไท่กลับมาแล้ว!
ฉู่เฟิงเดินออกจากตำหนักไออุ่น ลากโซ่ เหยียบก้นจ้าวเสวี่ยเหลียนไว้
“ไป!”
จ้าวเสวี่ยเหลียนสั่นสะท้านทั้งร่าง รู้ได้ทันทีว่าฉู่เฟิงจะทำอะไร
นางหันขวับ เสียงแหลมกล่าว
“เจ้าคิดจะให้ข้าคลานออกไป?”
ฉู่เฟิงยกเท้าเหยียบข้อเท้านางอย่างแรง หมุนบดขยี้
“คลานให้พ่อ!”
อ๊าก——
จ้าวเสวี่ยเหลียนเจ็บจนขดตัวอยู่บนพื้น ทั้งร่างสั่นเทา
“ข้าคลาน ข้าคลาน!”
เช่นนี้ ฉู่เฟิงจึงลากจ้าวเสวี่ยเหลียนออกจากเรือนพัก
เห็นดังนั้น จ้าวโหยวหรงถามอย่างร้อนรน
“เจ้าจะไปไหน?”
ฉู่เฟิงลากจ้าวเสวี่ยเหลียนพลางกล่าวเสียงเย็น
“ข้าจะไปเชือดหมา”
