ฝ่ามือของเขาใหญ่โต นิ้วเรียวสวย ดูแล้วควรเป็นมือที่เลี้ยงมาอย่างดี แต่กลับมีปุ่มหนา ๆ เต็มฝ่ามือ ผิวสีข้าวสาลีตัดกับผิวขาวเนียนของอวี้เฉียวอย่างชัดเจน
อวี้เฉียวกำลังสังเกตเฟิงอี้ ฝ่ายเฟิงอี้ก็กำลังสังเกตหล่อนเช่นกัน
ทั้งที่อยู่ในฤดูร้อน แต่อุณหภูมิฝ่ามือของหญิงงามน้อยตรงหน้าผู้นี้กลับเย็นเฉียบดั่งหยกน้ำแข็ง
หล่อนไม่ได้เงยหน้ามองเขา มีเพียงแต่กัดริมฝีปาก ก้มหน้ามองมือทั้งสองที่ประสานกันอยู่
สายตาของเฟิงอี้ตกอยู่ที่ริมฝีปากของหล่อน ฟันขาวกัดริมฝีปากแดงราวลูกเชอรี่ ทำให้เกิดความอ่อนหวานและสับสนวุ่นวายใจขึ้นมาเล็กน้อย
ดั่งทนทานสายตาของเขาไม่ไหว ร่างบางของหล่อนจึงสั่นเทาเล็กน้อย คล้ายกระต่ายน้อยขี้ตื่นกลัวตัวหนึ่ง
มือทั้งสองที่ประสานกันแยกออกจากกัน แต่เฟิงอี้กลับรู้สึกว่านิ้วของหล่อนเหมือนมีความอาลัยอาวรณ์ แตะผ่านฝ่ามือของเขาเบา ๆ แต่ก็นึกว่าเป็นเพียงภาพลวงตาของตนเอง
ทั้งสองคนอดคิดเหมือนกันไม่ได้ว่า—"เขา(หล่อน)กุมนานไปหน่อยหรือเปล่านะ"
"เหอะ ๆ เรียกกันแปลก ๆ ทำไมกันเล่า"ในใจท่านผู้เฒ่าเฟิงไม่ได้มีความคิดซับซ้อนอะไร รู้สึกเพียงภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง หลานชายของเขาฉลาดหลักแหลมทำงานเก่ง ส่วนหลานสาวที่เพิ่งโผล่หน้ามาก็ทั้งสวยทั้งปราดเปรียว "ต่างคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว"
คุณยายเฟิงเดินออกมาจากห้องครัวเช่นกัน "เมื่อครู่ฟังพ่อบ้านหวงบอกว่า อี้เอ๋อกลับมาแล้ว โอ้ย! ครึ่งเดือนที่ผ่านมาอยู่เมืองนอกคงหิวโหยแย่ละสิ ให้คุณยายดูหน่อยสิว่าผอมลงไปหรือเปล่า"
