"ขอบคุณนะ อวี้จ้าน"
ลั่วซูรู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย โตมาไม่เคยมีใครช่วยเก็บของให้เลย แม้แต่ลั่วชิวก็ยังไม่เคยทำ
ลั่วชิวสอนให้เอาตัวรอด เน้นให้ทำอะไรด้วยตัวเอง หล่อหลอมให้ลั่วซูเป็นคนไม่กลัวฟ้าดินแบบนี้
"สามีภรรยาไม่ต้องพูดแบบนี้" อวี้จ้านลากกระเป๋าไปวางไว้ข้าง ๆ แต่ก็อดเห็นดวงตาสีแดงก่ำของเธอไม่ได้
"เป็นอะไรไป?" เขาเดินมาอยู่ข้างตัวลั่วซู
ลั่วซูรู้ตัวว่าเสียอาการ รีบเบือนหน้าหนี ฉุดรั้งความคิดของตัวเองไว้ พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด
ตอนแรกยังไม่เป็นไรมาก แต่พอถูกเขาถามแบบนี้ ความคิดของเธอยิ่งจมดิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม
"เปล่า" เธอพูดเสียงสั่นคลอ คิดจะเดินหนี แต่อวี้จ้านกลับคว้าข้อมือเธอไว้แล้วขยับเข้าใกล้ เธอหลบตาไม่กล้ามองเขา อีกทั้งยังดิ้นไม่หลุดจากมือเขา
แรงของเขาอ่อนโยนมาก แต่ก็หนักแน่นมีกำลัง
ลั่วซูรู้สึกประหม่าขึ้นมาจับใจ คิดว่าทั้งคู่ชิดกันเกินไป จึงบิดข้อมืออยากถอยห่าง
อวี้จ้านไม่ใช่คนที่จะยอมให้เธอทำแบบนั้นง่าย ๆ กลับรวบเอวบางของเธอเข้ามากอดไว้แนบอก
"อื้อ!" ลั่วซูตกใจยกมือทั้งคู่ยันหน้าอกเขา ก้มหน้าหลบ
อวี้จ้านยื่นมืออีกข้าง เชยคางเรียวเล็กของเธอให้เงยขึ้นมามองเขา
"ร้องไห้ทำไม?"
ในแววตาเขามีแต่ความอ่อนโยนดั่งสายน้ำ รูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้ช่างคล้ายกับคืนนั้น บนเตียงของเขา ในตอนที่ออดอ้อนขอหยุด เป็นท่าทีที่น่าสงสารเหลือเกิน
