“แค่คืนนี้หรือ?”
เด็กสาวเม้มริมฝีปากล่าง ปลายจมูกขึ้นสีแดงระเรื่อ “ไม่อย่างนั้นเล่า ท่านแม่ทัพอยากให้เป็นทุกวันทุกคืนหรือ?”
ขมับของเผยจิ้งเต้นตุบ ๆ เขารีบเบือนหน้าหนีอย่างลนลาน พลางอธิบายว่า “องค์หญิงทรงเข้าใจความหมายของกระหม่อมผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เซิ่งหนิงหนิงไม่ได้หาเรื่องเขา “ย่อมเป็นเช่นนั้น ข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นสุภาพบุรุษ”
เงื่อนไขนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นฝ่ายได้กำไร เผยจิ้งนึกเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ออก
“องค์หญิงอยากเดิมพันอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
ความอดกลั้นหรือ?
จะให้สู้หรือฆ่าฟัน เขาไม่เคยกลัวอยู่แล้ว
แต่เขาคิดผิด องค์หญิงน้อยผู้อ่อนหวานบอบบางจะจับดาบจับทวนออกไปสู้รบฆ่าฟันได้อย่างไร นางกลับผลักเขาลงบนตั่งนุ่ม
เผยจิ้งไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องชายหญิงมาก่อน ทว่าเมื่อเซิ่งหนิงหนิงขึ้นคร่อมบนตัวเขา เขาก็เริ่มลนลาน
“องค์หญิง ท่าน...”
“เผยจิ้ง หากตอนนี้เจ้ายอมแพ้ เจ้าก็แพ้แล้ว”
“...”
เขาพอเข้าใจราง ๆ ว่า “ความอดกลั้น” ที่องค์หญิงน้อยพูดถึง ไม่ใช่ความอดกลั้นในสนามรบ แต่เป็นการให้เขานั่งนิ่งดุจหยกในอ้อมกอดหญิงงาม เป็นสุภาพบุรุษใต้หว่างขา
เผยจิ้งอดกลั้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดอับอาย น้ำเสียงกดต่ำ “จะตัดสินแพ้ชนะอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
เซิ่งหนิงหนิงหัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มเสียงกระซิบข้างหูเขา “เผยจิ้ง ก่อนแต่งงาน ขันทีเคยให้เจ้าดูภาพวาดร่วมรักหรือไม่?”
“...”
“เคยหรือไม่?”
“เคย...”
“ดูเข้าใจหรือเปล่า?”
“...”
น้ำเสียงเขาเจือความขุ่นเคืองอยู่ราง ๆ “องค์หญิง!”
“เจ้าจะโมโหอะไรเล่า”
เซิ่งหนิงหนิงก้มมองเขา ดวงตาเปี่ยมรอยยิ้ม “ขอเพียงเจ้าทนไปจนถึงขั้นสุดท้ายโดยไม่ทำอะไร ข้าก็จะถือว่าเจ้าชนะ เป็นอย่างไร?”
เผยจิ้งมีสีหน้าอดกลั้น ไม่เอ่ยคำใด
“ข้าถือว่าเจ้าตกลงแล้วนะ”
เสียงของนางอ่อนหวานแทบคั้นน้ำออกมาได้ “เริ่มเกมแล้วนะ”
ฟังดูไม่เหมือนกำลังเตือนเขา กลับคล้ายกำลังเตือนตัวเองเสียมากกว่า
เด็กสาวพูดจบก็ถอดมงกุฎหงส์วางไว้ข้างกาย เส้นผมยาวนุ่มสลวยดุจน้ำตกคลี่ลงมา
แม้นางจะนั่งอยู่บนตัวเผยจิ้ง แต่เขากลับไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย ได้แต่มองนางด้วยความอับอายอยู่บ้าง
นางถอดชุดแต่งงานอันรุ่มร่ามออก เหลือเพียงเอี๊ยมตัวน้อยโดดเดี่ยว แผ่นหลังและไหล่บอบบางงดงามถูกเส้นผมบดบังไว้ราง ๆ เผยผิวขาวนุ่มระเรื่อชวนหลงใหล
เด็กสาวได้ยินเสียงกลืนน้ำลายแผ่วเบาจากลำคอของเขา
“ท่านแม่ทัพจะถอดเสื้อหรือไม่?”
“ไม่ถอด”
เขากัดฟันข่มกลั้น เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดพราวตรงขมับ
ไม่ถอดก็ได้ รอดูเถอะว่าเดี๋ยวจะร้องขอให้นางช่วยถอดหรือไม่
อากาศรอบตัวเริ่มชื้นและอุ่นขึ้น
เด็กสาวโน้มตัวลง ริมฝีปากแดงแตะลงบนริมฝีปากบางเย็นเฉียบของเขาโดยไม่ลังเล
เผยจิ้งหลับตา รู้สึกว่าริมฝีปากของเด็กสาวทั้งนุ่มทั้งร้อน ราวกับเปลวไฟที่เริ่มจุดประกายความปรารถนาดิบเถื่อนในตัวเขา
น้ำหนักทั้งร่างของนางแทบจะทิ้งลงบนตัวเขา
แต่เขากลับรู้สึกว่านางเบาหวิว ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายนาง ชวนให้รู้สึกดีเหลือเกิน
ผ้าปูตั่งนุ่มถูกมือใหญ่เรียวยาวของเขาขยำจนยับเป็นก้อนด้วยความประหม่า
ยังดีที่จุมพิตของนางสิ้นสุดลงแล้ว
ทว่าริมฝีปากของนางยังค่อย ๆ เลื่อนคลอเคลียจากปากเขาลงมา ผ่านคาง ก่อนจะประทับลงบนลูกกระเดือกที่ขยับไหวอีกครั้ง
เผยจิ้งรู้สึกวิงเวียนอย่างบอกไม่ถูก
ความคิดก็พลอยยุ่งเหยิงไปหมด
ภายในห้องหออันเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงหายใจของเขาที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ กับหัวใจที่แทบกระโจนออกจากอก
“อื้อ...”
“เผยจิ้ง แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ?”
เขาหอบหายใจเบา ๆ รู้สึกว่าจุมพิตของนางช่างอันตรายเหลือเกิน
นางยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกน้อยที่กำลังแกล้งคน “ข้าจะทำต่อแล้วนะ”
จิตใจของเผยจิ้งสับสนวุ่นวาย ปากอยากห้ามการกระทำของนาง แต่ปฏิกิริยาแห่งความสุขกลับซื่อตรงยิ่ง เขายิ่งปรารถนาให้นางทำต่อ
ครั้นเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าด้วยแรงปรารถนา “...ได้”
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแดงระเรื่ออย่างผิดปกติโดยไม่รู้ตัว
เสียงหอบหายใจอย่างรวนเรของเขาทำให้เซิ่งหนิงหนิงใจเต้นวูบ นางจึงนึกสนุกอยากหยอกเขา
“แต่ถ้าเจ้าไม่ถอดเสื้อ แล้วข้าจะทำต่อได้อย่างไร?”
“...”
เผยจิ้งหลุบตาลงครึ่งหนึ่ง ขนตาสั่นไหว ทั้งมีสติและจมดิ่งไปพร้อมกัน
เขาไม่ขยับอยู่นาน เซิ่งหนิงหนิงก็ไม่ร้อนใจ
มือขาวดุจหยกแตะลงบนสายคาดเอวหนังของเขา ก่อนจะกระตุกเบา ๆ แล้วถอดชุดเจ้าบ่าวออกจากกาย ราวกับกำลังแกะของขวัญ
เสื้อคลุมร่วงจากบ่าไปด้านหลัง เผยให้เห็นเรือนร่างเพียงครึ่งเดียว
กล้ามอกแข็งแรงกำยำกับกล้ามท้องเป็นลอนสวยที่ทอดหายเข้าไปใต้ขอบกางเกง ปรากฏต่อหน้านางอย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะใบหน้าหรือรูปร่าง ล้วนตรงใจนางทุกอย่าง
นางลูบกล้ามท้องแน่นแข็งแรงของเขา เส้นกล้ามเนื้อชัดเจน ทุกอณูแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งพละกำลัง ราวกับงานศิลป์ที่ถูกแกะสลักขึ้นมา
กล้ามเนื้อทุกชั้นอัดแน่นด้วยพลังบุรุษอันเปี่ยมล้น
แววตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชมในศิลปะอย่างไม่ปิดบัง ร้อนแรงเสียจนใบหน้าเขาแดงก่ำ
ไม่เคยมีใครหยอกล้อเขาอย่างไม่สำรวมเช่นนี้มาก่อน
“พอหรือยัง?”
แม้เขาอยากใช้น้ำเสียงเย็นชา ทว่าเวลานี้เสียงกลับแหบพร่าจนแทบไม่เหลือความน่าเกรงขาม
“ถ้าไม่ให้ข้าลูบกล้ามท้อง งั้นข้าลูบอย่างอื่นแทน”
“...”
เขาครางฮึมฮัมเบา ๆ
เซิ่งหนิงหนิงนึกถึงแผงคุณสมบัติของเผยจิ้งที่ระบบมอบให้ หากข้อมูลเป็นจริง นางคงเจอของชั้นเลิศเข้าแล้ว
มือของนางเลื่อนไปถึงเอวเขา แต่กลับถูกมือใหญ่กดเอาไว้
นางเงยหน้าขึ้น สบกับดวงตาเย็นชาที่สงบนิ่งมาโดยตลอด
ทว่าเวลานี้นางกลับมองเห็นคลื่นลมโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
เขาขมวดคิ้วแน่น ถ้อยคำเจือความกระอักกระอ่วน “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?”
“ข้ารู้สิ”
นางหัวเราะเสียงหวาน พูดอย่างร้ายกาจว่า “ถ้าเจ้าห้ามข้าตอนนี้ เจ้าก็แพ้แล้ว”
เผยจิ้งเม้มริมฝีปากแน่น เส้นเลือดตรงหน้าผากปูดขึ้น เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมา ทว่าภายใต้รอยยิ้มของนาง มือเขาก็ค่อย ๆ คลายออก
“ท่านแม่ทัพเผย ร้อนมากหรือ?”
เขาสูดลมหายใจลึก ตอบรับอย่างเย็นชาว่า “อืม”
นางก้มหน้า หัวเราะอย่างมีเลศนัย “อย่าร้อนจนเป็นอะไรไปเสียล่ะ”
ความยั่วเย้าในคำพูดของเด็กสาวทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อ ทั้งยังรู้สึกอับอาย เขาตอบรับการเดิมพันไร้สาระเช่นนี้ได้อย่างไร?
คงร้อนจนสมองเลอะเลือนไปแล้วจริง ๆ
……
สีหน้าสงบนิ่งบนใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของเผยจิ้งพังทลายลงแล้ว
แก้มของนางแดงระเรื่อ ขนตายาวทอดเงาจาง ๆ ลงมา ดูเปราะบางและงดงามเหลือเกิน
รูม่านตาของเผยจิ้งหดลงเล็กน้อย เขาลนลานจนแทบทำอะไรไม่ถูก ใบหูร้อนผ่าวจนน่าตกใจ
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเป็นระยะ
เด็กหนุ่มที่ยังไม่เคยถูกสังคมขัดเกลา จะทนไหวได้อย่างไร
แววตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนลอย
เมื่อตกอยู่ในสายตานาง
ช่างน่าดึงดูดเหลือเกิน
ดวงตากลมใสของเด็กสาวกะพริบเบา ๆ รอยยิ้มในดวงตายิ่งลึกซึ้ง นางถามเสียงนุ่มนวลว่า “ท่านแม่ทัพเผยจะยอมแพ้หรือไม่?”
“ไม่มี-ทาง”
เขาหอบหายใจเบา ๆ แววตาวูบไหวด้วยความหงุดหงิด
ไม่พอใจที่นางเป็นฝ่ายคุมเกม จู่ ๆ เขาก็ดึงนางขึ้นมาโอบเข้าหา ก่อนก้มลงจูบ
จุมพิตเร่าร้อนดุดันเต็มไปด้วยแรงรุกราน
เอวของเด็กสาวถูกเขากดไว้จนขยับไม่ได้
ภายในห้องเหลือเพียงเสียงริมฝีปากและฟันที่พัวพันกันชวนให้จินตนาการ
